วันนี้ (2 ม.ค. 69) เวลา 10.15 น. นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 2 ม.ค.2569 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ทั้งนี้ เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 54 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 40.18, ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 29.45 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 76.92 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 78.22 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.81 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.75 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 00.01 -03.00 น. ร้อยละ 25.15 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 22.91 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (7 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วัน (30 ธ.ค. 68 - 1 ม.ค.69) เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 769 คน ผู้เสียชีวิตรวม 145 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (34 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (38 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (12 คน) อย่างไรก็ตาม วันนี้ (2 ม.ค. 69) ยังเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง ในพื้นที่ยังคงมีการเดินทางระหว่างอำเภอและจังหวัดค่อนข้างมาก ขอให้ประชาชนขับรถด้วยความไม่ประมาท เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า ไม่เบรกกระทันหัน คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งที่ขับขี่ สำหรับประชาชนบางส่วนได้เริ่มวางแผนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร และกลับไปทำงานในพื้นที่ต่าง ๆ ล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เดินทางในสายอีสานและสายเหนือ ศปถ. จึงได้เน้นย้ำจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมวางแผนเตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเส้นทางต่าง ๆ ทั้งในส่วนของรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณรถกว่า 700,000 คัน ทั้งรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลที่ยังคงอยู่ในพื้นที่และทยอยเดินทางกลับในช่วง 1-2 วันข้างหน้านี้ ทั้งนี้ ได้เน้นการตั้งจุดตรวจ จุดบริการ การเตรียมเปิดช่องทางแยกและเปิดช่องทางพิเศษ และการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 รสขม พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบมาตรการความปลอดภัยต่างๆ และเพิ่มความระมัดด้วยความระมัดระวัง ใช้อุปกรณ์นิรภัยทั้งการคาดเข็มจัดนิรภัยและการสวมหมวกกันน็อค เว้นระยะระหว่างรถคันหน้า ในส่วนของการคุมเข้มถนนทางหลวงและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดให้กวดขันการใช้ความเร็วและการง่วงหลับใน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ขณะที่นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะประธานการประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 วันที่ 2 ม.ค.2569 เปิดเผยว่า ในช่วงระยะนี้ที่จะมีประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่าง ๆ คาดว่าปริมาณรถจะหนาแน่นที่สุดในวันที่ 4 ม.ค.2569 ศปถ. จึงประสานสั่งการจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มความเข้มข้นเรื่องการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ต่างๆ และให้ท้องถิ่น ท้องที่ ดูแลเรื่องด่านชุมชนอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดพฤติกรรมเสี่ยง เมาแล้วขับ พร้อมตั้งจุดบริการในจุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในและการชนท้าย ส่วนจังหวัดที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติ จากข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติของเมื่อวานนี้ (1 ม.ค.) มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยกำชับพื้นที่ให้เน้นการตรวจใบอนุญาตขับขี่ การกวดขันวินัยจราจร การขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มไม่ขับ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ รวมถึงการตรวจสอบสัญญาณไฟและป้ายจราจร และที่สำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ด้านการจราจรช่วงเทศกาลทั้งผู้ขับขี่และเดินเท้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อให้การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความสุขและความปลอดภัย อ่านข่าว : เตือนรับปีใหม่ 2569 "ดื่มไม่ขับ" ผิดซ้ำเมาแล้วขับ รับโทษหนัก พร้อมกฎหมายน่ารู้ เช้านี้ (2 ม.ค.) หลายเขต กทม. ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน หนีรถติด ประชาชนทยอยเดินทางกลับ กทม. วันนี้