เทียบฟอร์มการทูต”ไทยกัมพูชา ภูมิใจไทย ข่มเพื่อไทย ขาดลอย

ที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ก็เร่งตอบสนองความต้องการของประชาชน พร้อมทำงานสอดประสานกองทัพ สนับสนุนเต็มที่ และยังมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ขับเคลื่อนบทบาทแบบการทูตเชิงรุกผสานการทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายความมั่นคง ทั้งกระทรวงกลาโหม และกองทัพ จนได้รับคำชื่นชมจากนานาประเทศ ดึงคะแนนนิยมให้พรรคภูมิใจไทย และยังเป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ2 รองจากนายอนุทิน หัวหน้าพรรค ที่น่าสนใจ คือ การเจรจาหยุดยิงครั้งนี้ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่องทางทวิภาคี แต่มีการดึงกลไกระดับภูมิภาค รวมถึงการส่งสัญญาณชัดเจนไปยังนานาชาติว่าไทยยึดหลักอธิปไตยและความปลอดภัยเป็นศูนย์กลาง อีกทั้งรัฐบาลอนุทิน เลือกใช้การสื่อสารสาธารณะอย่างหนักแน่น สะท้อนจุดยืนไม่ยอมเสียเปรียบควบคู่กับการเดินหน้าการทูตในระดับสูง ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจนกว่าแต่ก็แลกมาด้วยบรรยากาศความสัมพันธ์ที่ตึงมือและแรงเสียดทานทางการเมืองระหว่างประเทศในระยะสั้น แต่ไม่ว่าจะรัฐบาลใด สิ่งที่สำคัญ คือ บทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการแปลงเสียงปืนให้กลับมาเป็นเสียงเจรจา…. ปัญหาความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา กลายเป็นบททดสอบสำคัญของ “การทูตไทย”โดยเฉพาะบทบาทของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งต้องทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการคลี่คลายสถานการณ์ ก่อนลุกลามสู่ความขัดแย้ง