วิเคราะห์สนามเลือกตั้ง 69 "สุพรรณบุรี"

สนามเลือกตั้ง จ.สุพรรณบุรี เป็นอีกจุดที่ถูกจับตามอง หลังบ้านใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ตัดสินใจย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่มีผู้สมัครมากถึง 9 คน ทั้งอดีต สส. , นักการเมืองท้องถิ่น และข้าราชการ ที่ลงชิงเก้าอี้ สปอร์ตไลท์ฉายมาที่สนามเลือกตั้ง สส.จังหวัดสุพรรณบุรี ที่กำลังจะเกิดขึ้นวันที่ 8 ก.พ.นี้ เพราะบริบทการเมืองแตกต่างไปจากเดิม เมื่อพรรคชาติไทยพัฒนาภายใต้การนำของ นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านใหญ่สุพรรณบุรี หรือ บางคนก็เรียกว่าบรรหารบุรี นำ 10 สมาชิกพรรค สังกัดพรรคภูมิใจไทย สส.แบบเขต จ.สุพรรณบุรี มี 10 อำเภอ แบ่งเขตเลือกตั้ง 5 เขต เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองสุพรรณบุรี , เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง , เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.อู่ทอง และ อ.สองพี่น้อง , เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.ด่านช้าง อ.เดิมบางนางบวช อ.หนองหญ้าไซ , เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.สามชุก อ.ศรีประจันต์ อ.ดอนเจดีย์ อ.หนองหญ้าไซ แต่เขตเลือกตั้งที่น่าจับตามากที่สุดคือ เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองสุพรรณบุรี เพราะมีผู้สมัครถึง 9 คน มีทั้งอดีต สส. อดีตนักการเมืองท้องถิ่น อดีตข้าราชการประจำ และคนหน้าใหม่ จากหลากหลายพรรคการเมือง ทั้งจากพรรคภูมิใจไทย หรือ ชาติไทยพัฒนาเดิม , พรรคเพื่อไทย , พรรคกล้าธรรม , พรรคประชาชน , พรรคกล้าธรรม , พรรคประชาธิปัตย์ , พรรคพลังประชารัฐ แต่มี 3 ผู้สมัคร ที่น่าจับตามากที่สุด นายสรชัด สุจิตต์ จากพรรคภูมิใจไทย , นายประยูร อินสกุล พรรคเพื่อไทย และนายบุญชู จันทร์สุวรรณ พรรคกล้าธรรม นายสรชัดเป็นอดีต สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา 3 สมัย อาสากลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง เพื่อรับฟังทุกปัญหา ใส่ใจทุกความเดือดร้อน ช่วยกันดูแลสุพรรณบุรีให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น และย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพื่อเสริมสร้างรากฐานการเมืองให้แข็งแรงกว่าเดิม และย้ำเจตนารมณ์สานงานต่อนายบรรหาร ศิลปอาชา นายบุญชู จันทร์สุวรรณ ผู้สมัครในพรรคกล้าธรรม เป็นอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ยาวนานถึง 20 ปี ลงสมัครรับเลือกตั้งสนามใหญ่ครั้งแรก คาดหวังยังได้ใจจากคนสุพรรณบุรี ให้เข้าไปทำหน้าที่ สส.ดูแลทุกข์ สุขประชาชน ยกระดับเกษตรกร เน้นทำมากกว่าพูด รศ.ยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์เหตุผลที่ทำให้สนามเลือกตั้งสุพรรณบุรี น่าจับตา เพราะเป็นจุดชี้วัดทางรอดของกลุ่มตระกูลการเมือง ภายใต้บริบทการเมืองที่แปรเปลี่ยนไป แม้การย้ายสังกัดพรรค อาจกระทบกับความรู้สึกของกลุ่มคนรุ่นเก่า ที่สนับสนุนพรรคมาต่อเนื่องยาวนาน แต่เป็นช่วงเวลาสำคัญของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เดินทางมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของพรรคในเวลานี้ ด้วยเวลาที่จำกัดเพียง 2 เดือน ทำให้ยุทธศาสตร์การดึงดูดเครือข่ายของพรรคการเมือง เป็นทางเลือก และทางลัด ที่ดีที่สุดในเวลานี้ และภาคกลางเป็นอีกเป้าหมายพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย ในแง่ตระกูลการเมือง เพราะในเวลานี้พรรคภูมิใจไทย มีเครือข่ายตระกูลการเมืองทั่วประเทศถึง 86 ตระกูล อ่านข่าว : เทียบฟอร์ม 5 แม่ทัพนำศึก ชิงเก้าอี้ สส.กทม. สนาม "วัดใจคนเมืองหลวง" สนามเลือกตั้งภาคใต้ 3 พรรคใหญ่ชิงดำ "ณัฐพงษ์" ป้อง "พิศาล" ยืนยันตรวจประวัติแล้ว