วันนี้ (15 ม.ค.2569) เวลา 07.00 น. ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ค่าเฉลี่ย 58.5 มคก.ต่อ ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 37.5 มคก.ต่อ ลบ.ม.) 12 อันดับเขต ค่าฝุ่นPM2.5สูงสุด เขตบางรัก 87.2 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตสาทร 74.6 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตจตุจักร 74 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตปทุมวัน 72.6 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตประเวศ 71.7 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตลาดกระบัง 70 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตทวีวัฒนา 67.2 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตยานนาวา 65.8 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตบางนา 65.8 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตบางขุนเทียน มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตหลักสี่ 64.8 มคก.ต่อ ลบ.ม. เขตหนองแขม 62.2 มคก.ต่อ ลบ.ม. กรุงเทพเหนือ 53.2 - 74 มคก.ต่อ ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ, กรุงเทพตะวันออก 46.3 - 71.7 มคก.ต่อ ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ, กรุงเทพกลาง 40 - 61.6 มคก.ต่อ ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ กรุงเทพใต้ 48.4 - 87.2มคก.ต่อ ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ, กรุงธนเหนือ 52.2 - 67.2 มคก.ต่อ ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ, กรุงธนใต้ 56 - 65 มคก.ต่อ ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ ในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศระดับสีส้ม หรือเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้ระชาชนทั่วไป ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยง ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ ส่วนพื้นที่ที่คุณภาพอากาศระดับสีแดง หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้ประชาชนทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ และผู้มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด สั่งคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น ขอขยายเวลา WFH ขณะที่ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 ม.ค.2569 โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าจะได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่ เนื่องจากเกิดสภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้น ประกอบกับอัตราการระบายอากาศที่ค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้ฝุ่นละอองไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้ โดยคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มบรรเทาลงหลังวันที่ 16 ม.ค.เป็นต้นไป นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เฝ้าระวังและดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น และได้สั่งการกรมควบคุมลพิษ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ให้สื่อสารแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ในการควบคุมแหล่งกำเนิด งดเผาในช่วงอากาศปิด รวมถึงประสานกรุงเทพมหานคร พิจารณายกระดับมาตรการการประกาศเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) และพิจารณาขยายระยะเวลาการ Work From Home และได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดำเนินการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อทำลายชั้นอุณหภูมิผกผัน (Inversion) ในการบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละออง พร้อมทั้งทำหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียนกรณีมลพิษข้ามพรมแดน เพื่อแจ้งขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านอีกทางหนึ่งด้วย ด้านนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดี คพ. กล่าวว่า ศกพ.ได้รายงานคุณภาพอากาศประจำวันที่ 14 ม.ค.2569 เวลา 12.00 น. พบว่าภาพรวมปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศ ขยับสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กทม. ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศกพ.ยังคงขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน โดยแนะนำให้ใช้รถโดยสารสาธารณะ เพื่อลดปริมาณการจราจรและลดการสัมผัสฝุ่นละอองที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกันตนเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อ่านข่าว : ไทย เสมอ จีน 0 - 0 ตกรอบ ศึกชิงแชมป์เอเชีย U23 สภาพอากาศวันนี้ ไทยอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาฯ สหรัฐฯ ระงับพิจารณาออกวีซ่า 75 ประเทศ รวมไทย เริ่ม 21 ม.ค.นี้