ไม่ใช่แค่ 1 หรือ 2 สำหรับผู้สมัคร สส.สีเทา อันเป็นผลจากผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ค่ายสีส้ม ทั้งเขต 33 กรุงเทพฯ และเขต 2 จ.ตาก ถูกหมายจับเรื่องเกี่ยวข้องธุรกิจสีเทา เมื่อกูรูหรือนักสังเกตการณ์ทางการเมือง ออกมาขยายผลเรื่องนี้ ว่ามีอีกหลายคนที่อยู่ในแบล็คลิสต์ของตำรวจ แม้แต่ ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีกลาโหม ถือเป็นคนวงในรัฐบาล ยังกล่าวถึงเรื่องนี้ ว่ามีถึง 10 คน แถมสังกัดพรรคเดียวกัน ไม่นับรวมก่อนหน้านี้ มีระดับ สส.เคยถูกจับเกี่ยวข้องกับเวบพนันออนไลน์ และอีกหลายคน ถูกตั้งข้อสังเกต เกี่ยวข้องกับทุนเทา หรือสแกมเมอร์ พร้อมเตรียมใช้ "เงินจากทุนเทา" สำหรับเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ประเดิมจากดเลือกตั้ง อบต.ที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีคำพูดที่เป็นเสมือนสำทับข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ดี จากการให้สัมภาษณ์สื่อ เมื่อ 9 ม.ค. 2569 ของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีกระทรวงดีอี ที่ยอมรับว่า มีอดีต สส.และว่าที่ผู้สมัคร สส. (ขณะนั้น) 10 คน ตามที่รัฐมนตรียุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ระบุว่า มีความเชื่อมโยงกับ "ทุนเทา" แต่ประเด็นที่เพิ่มความน่าสนใจ อยู่ที่ 2 คนแรกที่ถูกหมายจับจากตำรวจ แทนที่จะเป็นคนจากพรรคการเมืองอื่น กลับกลายเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชน ที่ชูสโลแกน "มีเทาไม่มีเรา" เป็นจุดขาย ตั้งแต่ยังไม่มีการสมัคร สส. ทำเอาเกิดแรงสั่นสะเทือนไปถึงพรรคค่ายสีส้มอย่างเลี่ยงไม่พ้น ถึงขั้นที่ "หัวหน้าเท้ง" นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ต้องเปิดแถลงด่วน ยืนยันไม่ปกป้องคนของพรรคที่ถูกกล่าวหา และเป็นเรื่องที่ผู้ถูกพาดพิงถึงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ตนเอง เป็นมรสุมใหญ่อีกลูก ที่ถาโถมเข้าใส่พรรคประชาชน นอกเหนือจากเรื่องวลี กองทัพมีไว้ทำไม ซึ่งถูกขุดมาวิพากษ์โจมตีอีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์ข้อพิพาทและปะทะตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา จึงเป็น 2 เรื่องใหญ่ที่พรรคค่ายสีส้มต้องเร่งแก้ต่าง และแจกแจงแข่งกับเวลาที่กำลังนับถอยลังสู่การเลือกตั้ง แม้ว่าผลโพลหลายสำนัก ทั้งนายณัฐพงษ์ในฐานะบุคคลที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกฯ และพรรคการเมืองทั้งระแบบเขต และบัญชีรายชื่อที่ประชาชนจะเลือก พรรคประชาชนจะแซงหน้าทุกพรรคการเมือง แต่เฉพาะในกลุ่ม "สวิงโหวต" หรือกลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ หรือยังเลือกคนและพรรคที่เหมาะสมไม่ได้ ข้อมูลจากโพล หลายสำนัก ยังอยู่ในระดับประมาณ 10% ความสำคัญคือ 10% ที่ว่านี้ จะตัดสินใจไปลงคะแนนให้ใครหรือพรรคการเมืองใด เพราะหากเติมให้กับพรรคประชาชน โอกาสลอยลำชนะเลือกตั้งของค่ายสีส้มจะเพิ่มมากขึ้น และทิ้งห่างพรรคคู่แข่งอย่างพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน ชาญวีรกูล แบบรับประกันชัยชนะ และตั้งรัฐบาลได้แน่ๆ แต่หาก 10% "สวิงโหวต" ไปเทคะแนนให้พรรคคู่แข่ง หรือขั้วอนุรักษ์นิยม โอกาสที่พันธมิตรเดิม "ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" รวมทั้งพรรคใหม่อย่างกล้าธรรม จะเบียดชนะเลือกตั้ง ได้ตั้งรัฐบาล ก็จะกลับมามีโอกาสเช่นกัน สส. และนักการเมืองสีเทา จึงจะเป็นปัจจัยตัดสินอนาคตการเมืองไทย หลังการเลือกตั้ง โดยเงื้อมมือของประชาชนเอง ได้อย่างน่าทึ่ง ประเทศไทยเรา มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ประจักษ์ มะวงศ์สา อ่านข่าว ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง "สว.วิเชียร" 10 ปี กกต.เปิดยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. 400 เขต 52.9 ล้านคน "จตุพร บุรุษพัฒน์" แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 พรรคโอกาสใหม่ลงสนามเลือกตั้ง 2569