บทบรรณาธิการ-เข้าคูหากาบัตร 3 ใบ

ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นอกจากเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 แบบแล้ว คือเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต ให้กาเครื่องหมายกากบาทที่ช่องหมายเลขในบัตรสีเขียว เลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อหรือพรรคการเมือง ให้กากบาทที่ช่องหมายเลขในบัตรสีชมพู นอกจากคณะกรรมการการเลือกตั้งจะรณรงค์จนประชาชนเข้าใจวิธีการดังกล่าวแล้ว พรรคการเมืองและผู้สมัครสส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ก็ช่วยประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง ทั้งการปราศรัยบนเวทีและออกพบปะหาเสียงแบบถึงตัวหรือเคาะประตูบ้าน ที่สำคัญผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งจะต้องกาเครื่องหมายกากบาทเฉพาะช่องหน้าหมายเลขบัตรใบละหนึ่งเครื่องหมายเท่านั้น ถ้าทำเครื่องหมายอื่นใดนอกจากนี้หรือกาเกินหนึ่งหมายเลขในแต่ละบัตรก็จะถือว่าเป็นบัตรเสียทันที บัตรสีเขียวและสีชมพูนี้จะมีช่องให้กาเครื่องหมายกากบาทสำหรับผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือโหวตโนด้วย ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ไม่ต้องการเลือกสส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อหมายเลขใด นอกจากนี้ หลังจากใช้สิทธิ์ลงคะแนนในบัตรทั้ง 2 ใบและหย่อนลงหีบลงคะแนนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องแสดงตัวเพื่อรับบัตรใบที่ 3 สีเหลือง เพื่อออกเสียงเกี่ยวกับประเด็นเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ บัตรใบนี้มีช่องให้กาเครื่องหมายกากบาทจำนวน 3 ช่องคือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และช่องไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นสะท้อนเจตนารมณ์ได้อย่างเสรี สาเหตุที่ต้องทำประชามติ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่คณะรัฐประหารร่างขึ้นมามีลักษณะไม่เป็นประชาธิปไตย หลายมาตราสร้างปัญหาในทางการเมืองและเซาะกร่อนสังคมประชาธิปไตย อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจริเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ระบุจำนวนการทำประชามติไว้อย่างน้อย 2 ครั้ง สอบถามความเห็นของประชาชน คำถามนี้จึงเป็นประตูบานแรกที่จะนำไปสู่การแก้ไขหรือไม่แก้ไข การเลือกตั้งพร้อมประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะได้บัตร 3 ใบ คือบัตรสีเขียว เลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต มีแค่เบอร์เท่านั้น ไม่มีชื่อกับนามสกุลผู้สมัคร […]