วันนี้ (18 ม.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงการเดินตลาดหาเสียงที่ตลาดคลองลัดมะยม ว่า ผลตอบรับจากการลงพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยอบอุ่นทุกที่ทั่วประเทศ พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้การต้อนรับและรู้สึกได้ว่าทุกคนมีความมั่นใจที่จะให้พรรคภูมิใจไทยเข้าไปทำงานรับใช้บริหารบ้านเมือง นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความนิยมในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า คาดหวังเป็นธรรมดาที่จะให้คะแนนตีตื้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพแต่เป็นทุกที่ที่มีผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย คาดหวังว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ และที่สำคัญหวังประชาชนจะเลือกพรรคโดยการบัตรสีชมพูเบอร์ 37 นายอนุทินกล่าวถึงกระแสตอบรับพรรคภูมิใจไทย ที่พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนถาม ว่าหากพูดถึงการค้าขาย ทุกคนต่างชื่นชมผลงานของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งหากไปในวงเศรษฐกิจหรือวงภาคเอกชนทุกคนต่างให้ความมั่นใจ และเชื่อมั่นในฝีมือของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศความมั่นคงทุกคนให้ความเชื่อถือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ซึ่งในครั้งนี้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย จึงต้องเป็นที่มั่นใจและเป็นที่ยอมรับของบุคลากรในพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึงนโยบายที่จะนำไปพัฒนาหลังจากได้รับฟังความเห็นจากประชาชนว่า สามารถได้นำไปปรับในทุกมิติ เพราะนี่ไม่ได้ลงหาเสียง แต่มาฟังเสียงพี่น้องประชาชนว่าต้องการอะไรหรือยังขาดอะไรที่ยังไม่ได้ทำให้ประชาชน หรือที่ทำไปแล้วควรต่อยอดอย่างไร และยังมีนโยบายอื่นเป็นอย่างไร และยังให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยจะโน้มน้าวประชาชนให้เลือกพรรคภูมิใจไทยได้อย่างไร โดยกล่าวว่าโน้มน้าวไม่ได้แต่จะต้องทำงานให้เห็น และประชาชนจะใช้วิจารณญาณ ในการมอบโอกาสให้กับพรรคภูมิใจไทย ยังกล่าวว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เคยบังอาจก้าวล่วงพรรคการเมืองอื่น เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มีความชัดเจนว่าไม่แตะหมวด1-2 แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีขั้นตอนหากการทำประชามติ คือเสียงของประชาชน ให้เป็นอย่างไรก็ไม่คัดค้านความต้องการของประชาชน แต่ว่าหมวด 1-2 ยังคงต้องคงไว้ ในพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์จะต้องได้รับผลกระทบ ก่อนจะกล่าวว่าช่วงนี้มีเฟคนิวส์เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวตั้งตัวดี จริงๆพรรคภูมิใจไทยโอเค กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่แล้วเพียงแต่ว่าเมื่อมีการแคมเปญว่า อยากจะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริงไม่ได้มาจากการร่างของ คสช. ก็ฟังดูมีเหตุผลแต่ว่า หมวด1-2 ราชอำนาจยังคงต้องเป็นอย่างที่เป็นมาอยู่ เมื่อถามว่าบางพรรคการเมืองไม่ได้ล็อกไว้อาจจะกระทบ นายอนุทินกล่าวว่า การที่ไม่ล็อกไว้อาจจะมีการสอดแทรกหรือแทรกซึมเข้ามา ซึ่งควรจะพูดให้ชัดเจนและทุกพรรคผู้ชัดเจนหมดแล้ว อย่างนี้เดี๋ยวผมก็เผลอไปแทรกแซงก้าวล่วงพรรคการเมืองอื่น ซึ่งเราไม่เคยทำ แต่พรรคภูมิใจไทยมีแค่นี้ ไม่มีหมวด1-2 ไม่มีเรื่องของพระอำนาจ ในส่วนเรื่องของความมั่นคงและเรื่องสถาบัน ส่วนเรื่องของรูปแบบคุยกันได้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยน หรือมีวิธีการคำนวณ การได้มาซึ่งสมาชิกรัฐสภาหรือ ครม. อย่างไร หรือเรื่องของปัญหาคอรัปชันที่รุนแรงอยู่แล้ว หากเพิ่มขึ้นพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยในการแก้ไขปัญหาในการกำหนดแผนรัฐธรรมนูญขับลดลงกว่านี้ เรื่องการรับคอรัปชัน ถ้าลดกว่าที่เป็นอยู่ พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยแต่ถ้าเพิ่มขึ้นเห็นด้วย และถึงวันนั้นเราก็เป็นฝ่ายที่ ผลักดันให้มีการ การดำเนินการเรื่องของคอรัปชัน ให้เพิ่มมาตรการที่เข้มข้นขึ้นขึ้น รุนแรงขึ้นเพราะประเทศไทยประกาศตัวเองสมัครเข้าเป็น OECD แล้ว เราก็ต้องทำให้เขาเห็นว่าเรามีความจริงจังกับเรื่องการปราบปรามทุจริตคอรัปชันในประเทศไทย นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้เป็นแกนนำจากตั้งรัฐบาลหรือไม่หากเป็นได้ จะประกาศหรือไม่ว่าพรรคการเมืองที่จะมาร่วมรัฐบาลต้องไม่แตะเรื่องมาตราสำคัญว่า ประกาศมาตลอดแล้ว ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2566 และปี 2569 ปี 2577 แล้วจะประกาศจนกว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีอยู่ในสารระบบพรรค ส่วนกรณีที่มี นักวิเคราะห์การเมืองกล่าวว่า นางศุภจีและนายสีหศักดิ์มาแบกพรรคภูมิใจไทย โดยหันไปถามนายสีหศักดิ์ว่า หนักไหมครับพรรคภูมิใจไทย จากนั้นในสีหศักดิ์กล่าวว่า นโยบายตรงกัน และกล่าวถึงเหตุผลที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยว่างานที่ได้ทำและงานที่วางร่วมกันกับพรรคภูมิใจไทยนั้นไม่ได้หนักอะไร และคิดว่าสิ่งที่ทำมามาถูกทางและได้รับการตอบรับจากประชาชนและพรรคก็มีผลงานจากนั้นนายอนุทินกล่าวต่อว่า เมื่อวานได้ชี้แจงสวนใน Facebook แค่ เพราะว่าเป็นการให้ความเห็นที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ท่านบอกว่าคุณศุภจี คุณเอกนิติ เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยเอามาเป็นนายแบก นางแบก จริงๆเค้าบอกว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญญาทำอันโน้นอันนี้หรอก แน่นอนหากเราไม่มีปัญญาทำอันโน้นอันนี้เราก็ต้องหาคนที่มีปัญญา คนที่ถูกต้อง คนที่มีความรู้ความสามารถมาทำ เดี๋ยวก็ไปบอกท่านสีหศักดิ์ ยิ่งกว่าเป็นสมาชิกพรรคเพราะว่าท่านเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย มันก็ชัดแล้วไม่รู้จะชัดอย่างไร จริงๆชัดตั้งแต่วันที่ทั้ง 3 คน และคุณซาบีดา คุณไชยชนก ขึ้นเวทีเปิดนโยบายพรรคภูมิใจไทยภูมิ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ผมเกรงว่าถ้ามีการให้ข้อมูลผิดพลาดต่อประชาชนแบบนี้และใกล้เลือกตั้งแล้ว ผมในฐานะหัวหน้าพรรคก็ต้องจำเป็นต้องชี้แจงแถลงไขให้เกิดความชัดเจน ทั้งนี้นายอนุทินย้ำว่าหากจะมีการสาดน้ำลายสาดโคลนกันมากขึ้น พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกคลับนี้ คลับกันสาดโคน การด้อยค่าหรือใช้วาทกรรม พรรคภูมิใจไทยเป็นเมมเบอร์เอาที่สบายใจไม่ได้เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย ส่วนกรณีที่มีการจับผู้สมัครพรรคประชาชนจะมีเพิ่มหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเรื่องของพฤติกรรมโดยไม่ยินดียินร้าย ว่าใครจะถูกจับหรือไม่ เพียงแต่ยินดีว่าประชาชนจะได้เห็นว่าพวกสแกมเมอร์ พวกละเมิดกฏหมายอาชญากรรมข้ามชาติ เวปพนันเถื่อน ถูกจับ ตรงนี้รู้สึกยินดี เพราะทำให้เห็นว่าหน่วยงานด้านการปรับรามอาชญากรรม ยังคงปฏิบัติตาม นโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ อ่านข่าว: "อนุทิน" ควง "สีหศักดิ์" นำทีม ภท.หาเสียงตลาดคลองลัดมะยม จับกระแสการเมือง: วันที่ 16 มกราคม 2569 "อนุทิน" บ่ยั่น ITD ต้องสู้ในฐานะรัฐ ปชน.เสนอพิมพ์ส้มตลาดทุนไทย "อนุทิน" ลุยบางกะปิ หาเสียง แวะโกนหนวด พร้อมถามหาหนอกย่าง