นักวิเคราะห์ประเมินปัญหา Memory ขาดตลาดล่าสุด ลากยาวไปถึงสิ้นปี 2027 กระทบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต้องขึ้นราคา

นักวิเคราะห์ประเมินปัญหา Memory ขาดตลาดล่าสุด ลากยาวไปถึงสิ้นปี 2027 กระทบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต้องขึ้นราคา Body The Wall Street Journal ออกรายงานพิเศษเรื่องปัญหาล่าสุดของ ชิปหน่วยความจำขาดตลาด เนื่องจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล AI ต่างยอมสั่งซื้อชิปในราคาที่สูงขึ้น กระทบต่อสายการผลิตหน่วยความจำที่เลือกย้ายมาผลิตสินค้ามูลค่าสูงกัน จนสินค้าพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นแรม, แฟลช หรือ SSD ต่างต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นมาก และแนวโน้มยังขึ้นต่อในไตรมาสปัจจุบัน ปัญหาต่อเนื่องที่อาจเกิดขึ้นตามมา คล้ายกับตอนสถานการณ์การระบาดของโควิด นั่นคือชิปสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นจะขาดแคลน โดยเฉพาะกรณีที่หลายคนอาจจำได้คือรถยนต์ต้องหยุดสายการผลิตไปเลย เพราะไม่มีชิปที่จำเป็นในการผลิตรถ เรื่องนี้ก็อาจกลับมาซ้ำรอยได้อีกครั้ง ส่วนรายที่จัดหาชิปได้ ก็อาจต้องเจอปัญหาต้นทุนที่สูงมากขึ้น ก็สะท้อนกลับมาที่สินค้าต้องขายราคาแพงขึ้น หรืออีกทางเลือกหากไม่ได้จำเป็นต้องใช้ชิปเทคโนโลยีสูง ก็อาจหันไปใช้บริการผู้ผลิตชิปจากจีนแทน นักวิเคราะห์ของ TrendForce ให้ความเห็นว่าสถานการณ์ของชิปหน่วยความจำตอนนี้อาจเรียกได้ว่าบ้าคลั่งที่สุด แตกต่างจากปัญหาชิปขาดแคลนในครั้งก่อน ๆ เมื่อดูฝั่งผู้ผลิตชิปซึ่งปัจจุบันมี 3 รายใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งรวมมากกว่า 90% โดย Samsung บอกว่ากำลังเร่งขยายกำลังการผลิตให้มากขึ้น ซึ่งเป็นโรงงานที่เคยชะลอแผนเมื่อสองปีก่อน ส่วน SK Hynix บอกว่าสินค้าปี 2026 ถูกจองเต็มหมดแล้ว บริษัทกำลังพิจารณาขยายกำลังการผลิตเช่นกัน และ Micron ซึ่ง หยุดสายการผลิตชิป สำหรับใช้ในพีซีไปเลย เพื่อรองรับลูกค้าศูนย์ข้อมูล ที่คำสั่งซื้อยังมีสูงยาวไปถึงปี 2027 ถึงแม้ผู้ผลิตหลายรายบอกว่าเตรียมขยายการผลิต แต่โรงงานเหล่านั้นจะเริ่มจัดส่งสินค้าให้เพียงพอได้จริงเร็วที่สุดก็ปี 2028 เท่ากับว่าปัญหานี้จะลากยาวไปอย่างน้อยถึงปี 2027 พร้อมกับราคาที่ยังปรับขึ้นได้อีกในปีนี้และปีหน้า ถ้าซัพพลายยังไม่พอต่อดีมานด์ ที่มา: Wall Street Journal ภาพ Pixabay arjin Sun, 18/01/2026 - 18:43