วันนี้ (24 ก.พ.2569) อดีตผู้ปฏิบัติธรรมรายหนึ่งให้ข้อมูลกับไทยพีบีเอสว่า เมื่อกลางปี 2567 ได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรม ช่วงนั้นสถานที่ใช้ชื่อวัดป่ารักษาใจและกำลังเริ่มก่อสร้าง จึงถูกเชิญเข้ากลุ่มไลน์เพื่อรับข่าวสาร พบว่ามีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนบริจาคอย่างต่อเนื่อง เช่น ปรับพื้นที่ สร้างโรงฉัน ซื้อที่ดิน และก่อสร้างส่วนต่าง ๆ เคยบริจาคครั้งแรก 2,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี "ครูบาชัยวัฒน์" โดยตรง เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่ใหม่ต้องการทุนสนับสนุน แต่หลังจากอยู่ในกลุ่มระยะหนึ่ง สังเกตว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการขอรับบริจาค มากกว่าการสอนธรรมะ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเรื่องราวผู้มีอาชีพมั่นคง เช่น แพทย์ แอร์โฮสเตส และผู้พิพากษา ที่เข้ามาถือศีลปฏิบัติธรรม ซึ่งอาจเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ ทางด้าน แม่ชีใบบุญ ตัวแทนสถานปฏิบัติธรรม ยืนยันว่าดำเนินการภายใต้มูลนิธิ โดยแยกบัญชีตามวัตถุประสงค์ชัดเจน เช่น กองทุนภัตตาหาร กองทุนสำหรับพระสงฆ์ และแม่ชีอาพาธ ค่าใช้จ่ายรายเดือนเกือบ 300,000 บาท ดูแลแม่ชีและลูกศิษย์เกือบ 200 คน โดยรายจ่ายสูงสุดคือค่าภัตตาหารในโรงครัวเฉลี่ยวันละ 6,000 บาท หรือเดือนละเกือบ 200,000บาท รองลงมาค่าน้ำเดือนละ 50,000 บาท และค่าใช้จ่ายส่วนตัวแม่ชีที่บวชตลอดชีวิตคนละ 500 บาท/เดือน บางเดือนเงินอาจไม่เพียงพอ รายได้บางส่วนมาจากการไลฟ์เทศนาธรรมของครูบาชัยวัฒน์ หรือแอดมินเพจลูกศิษย์เชิญชวนบริจาคเพื่อหมุนเวียนบริหารจัดการ ยืนยันเบิกจ่ายผ่านคณะกรรมการและมีเอกสารครบ เพจมูลนิธิเคยโพสต์ภาพการบริจาคช่วยสังคมด้านศาสนา สาธารณสุข การศึกษา และช่วยประชาชน รวมกว่า 13 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว สำหรับการรับบริจาคผ่านวัดให้ถูกต้องและโปร่งใส ควรใช้ระบบ E-Donation ของกรมสรรพากร โดยวัดต้องลงทะเบียนเป็นหน่วยรับบริจาค เพื่อออกใบอนุโมทนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ผู้บริจาคลดหย่อนภาษีได้ การจดทะเบียนวัดต้องขออนุญาตจากกรมการปกครองหรือที่ว่าการอำเภอ เปิดบัญชีในนามวัดโดยตรง ไม่ควรใช้บัญชีบุคคล การประชาสัมพันธ์ต้องระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน มิฉะนั้นอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ที่เกี่ยวกับวัด อ่านข่าวอื่น : ปธน.เม็กซิโกยันปะทะรุนแรงคลี่คลาย หลังกองทัพสังหาร "เอล เมนโช" สภาพอากาศวันนี้ พายุฤดูร้อนถล่มไทยตอนบน ฝนตก ลมแรง ลูกเห็บบางพื้นที่ มาเลเซียพิจารณากฎหมาย "จำกัดวาระนายกรัฐมนตรี" ไม่เกิน 2 สมัย