อุตส่าห์บินไปไกลถึงฟินแลนด์ พาภรรยาและลูกๆไปเล่นหิมะและดูแสงเหนือที่ฟินแลนด์ ยังไม่ทันไร มีข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะบินกลับประเทศไทย 25 กุมภาพันธ์ ทั้งที่บอกจะลาพักยาวถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และไม่ห่วงเรื่องสื่อสาร เพราะเปิดโทรศัพท์มือถือไว้ตลอด แต่พอมีข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคเพื่อไทย นัดหารือแบ่งกระทรวง 24 ก.พ. ปรากฏว่า มีคิวเดินทางกลับไทยทันที ก่อนจะมีการปฏิเสธจากทั้ง 2 พรรคว่าไม่มีนัดหมายดังกล่าว ในระหว่างพักครึ่งตั้งรัฐบาล ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกู ล ยืนยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล แต่สถานการณ์ตอนนี้ ไม่มีใครฟันธงว่า กกต.จะรับรองผลได้เมื่อไหร่ แม้จะมีกรอบเวลาไม่เกิน 60 วัน ไม่ต่างจากเรื่องตั้งรัฐบาลครึ่งหลัง จะเป็นอย่างไร จากปมบาร์โค้ดและเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ.ในบางหน่วยเลือกตั้ง ที่บัตรสีชมพูไร้หมายเลขที่ต้นขั้ว ต่างจากเลือกตั้ง 8 ก.พ. กระทั่งพรรคประชาชน จะนำไปยื่นประกอบคำฟ้อง กกต. ผิดมาตรา 157 พรรคภูมิใจไทย และ พรรคกล้าธรรม ที่ชนะเลือกตั้งครั้งนี้แบบถล่มทลาย ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องเลือกตั้งว่าขัดรัฐธรรมนูญถึงขั้น โมฆะ หรือไม่ โดยเฉพาะ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้เห็น ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ และเป็นหนึ่งเซียนด้านกฎหมาย ออกโรงแจง 2-3 วันต่อเนื่อง นอกจากปกป้อง กกต. ยังตอบโต้ ศ.วิษณุ เครืองา ม อีกหนึ่งปรมาจารย์ด้านกฎหมาย ที่เคยเป็นรองนายกฯ และมือกฎหมายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน พรรคเพื่อไทย พูดฟันธงว่า บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเสี่ยงขัดรธน.หากพิสูจน์ได้ว่าไม่เป็นความลับ ทั้งคู่ยังเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือที่ปรึกษากฎหมายให้รัฐบาล ศ.วิษณุ เคยเป็นในประธานกฤษฎีกา ปัจจุบัน เป็นประธานคณะที่ 2 การบริหารราชการแผ่นดิน ส่วน ศ.บวรศักดิ์ เป็นประธานกรรมการกฤษฎีคนปัจจุบัน และเคยเป็นประธานคณะที่ 13 การบริหารจัดการภาครัฐ ความเห็นของทั้ง 2 ปรมาจารย์ด้านกฎหมาย จึงถือได้ว่าไม่ใช่ธรรมดา และอาจมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากคำร้องเรื่องนี้ ไปศาลรัฐธรรมนูญ หากสุดท้ายแล้ว ต้องเลือกตั้งใหม่ แม้พรรคภูมิใจไทยยังมีโอกาสชนะเลือกตั้งเพราะเป็นช่วงคะแนนนิยมสูง แต่อาจไม่ถล่มทลายเหมือน 8 ก.พ. เพราะพรรคอื่นๆคงไม่ยอมแพ้ซ้ำสองง่ายๆ หาก กกต.ยังไม่ได้แสดงศักยภาพตรวจสอบความโปร่งใสเลือกตั้งให้ปรากฎ ปัจจัยชี้ขาดสำคัญอาจจะเป็นเรื่องทรัพยากร ที่ต้องวัดกันว่า ใครจะมีสายป่านมากกว่ากัน เป็นเรื่องที่ทุกพรรคอาจต้องเตรียมพร้อม รวมทั้งพรรคภูมิใจไทย แม้ด้านหนึ่ง จะพยายามรวบรวม สส.เล็กเข้าร่วมรัฐบาล จนเป็นที่มาของสูตร เพียง 2 พรรคใหญ่ รวมกับพรรคเล็กประมาณ 300 เสียง แต่อีกด้าน ยังเห็นการทอดไมตรี ผ่านคำยืนยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน เพราะเลือกตั้งใหม่ อย่างไรเสียในทางการเมือง ก็ต้องมี พันธมิตร เผื่อเหลือเผื่อขาด สำหรับตั้งรัฐบาล พรรคกล้าธรรม จึงอาจยังเป็นหนึ่งในตัวเลือก ยังไม่นับเรื่อง ร.อ.ธรรมนัส แถลงทิ้งปมปริศนาก่อนบินไปดูแสงเหนือ "ใครบีบผม จะโดนเปิดความลับสวนกลับ" ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เป็นความลับเรื่องอะไร และใครจะโดนแจ๊คพ็อต หรือกระทั่งคำเตือน "บริหารกระทรวงเกษตรฯไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่นั่งอยู่ในห้องแอร์แล้วจะทำได้" ซึ่งชัดเจนว่า มีนัยสื่อสารถึง พรรคภูมิใจไทย คำประกาศเปิดมือถือไว้ตลอดเวลาของ ร.อ.ธรรมนัส จึงถูกตีความหมายในอีกด้านหนึ่งว่า ส่งสัญญาณไปถึงแกนนำและผู้มีอำนาจในการตั้งรัฐบาลเสียมากกว่า ที่สำคัญ ทั้งนายอนุทิน และร.อ.ธรรมนัส ต่างต้องยอมรับว่า กำลังกลับคืนสู่โหมดความเป็นจริง ไม่ใช่โหมดโลกสวย "ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส อ่านข่าว "เท้ง" ชวนแสดงความเห็น ผ่านแฟนเพจพรรคประชาชน "ปริญญา" ตั้งข้อสงสัยปมทำลายบัตรเลือกตั้ง ถูกระเบียบหรือไม่ ? "สนธิญา" ยื่น "กกต." สอบจริยธรรมผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ