3 ปี พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน-อุ้มหาย แม้ความหวังยังคงอยู่ แต่ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นจริงเมื่อใด?

3 ปี พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน-อุ้มหาย แม้ความหวังยังคงอยู่ แต่ความยุติธรรม และการเยียวยาอย่างรอบด้านจะเกิดขึ้นจริงเมื่อใด? ในห้องสอบสวนสถานีตำรวจหรือในค่ายทหารที่ประชาชนเข้าไม่ถึง อาจทำให้ความจริงที่มักจะเป็นสิ่งแรกถูกทำให้สูญหายไปพร้อมกับอิสรภาพของใครบางคน วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ประเทศไทยประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวอักษรที่อยู่ในราชกิจจานุเบกษา แต่กฎหมายนี้คือลมหายใจของผู้ที่เคยถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐ คือหยาดน้ำตาของครอบครัวผู้สูญหาย และคือความพยายามที่จะบอกว่ารัฐไม่มีสิทธิ์พรากชีวิตหรือศักดิ์ศรีของใครไปแบบผิดๆ ได้ วันเวลาล่วงเลยมาครบ 3 ปี เรากลับพบว่าแสงสว่างจากกฎหมายฉบับนี้ ยังส่องไปไม่ถึงความมืดมนในหลายพื้นที่ ความยุติธรรมยังคงเป็นเหมือนสินค้าราคาแพงที่มาถึงช้าเกินไปสำหรับเหยื่อ และคำถามสำคัญที่ยังอยู่ในสังคมคือ กฎหมายนี้มีไว้คุ้มครองใคร คุ้มครองได้จริงแค่ไหน และในความเป็นจริงแล้วนั้น กฎหมายคุ้มครองได้มากน้อยเพียงใด  คำถามเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการจัดวงเสวนาออนไลน์โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และ The Reporters  เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 3 ปีของการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565  เพื่อร่วมกันทบทวน ถอดบทเรียน และรับฟังเสียงจากผู้ที่ยังคงเฝ้ารอความยุติธรรมให้เดินทางมาถึงจริงในชีวิตของพวกเขา บาดแผลที่ไม่มีใบเสร็จ การเยียวยาจิตใจที่ราชการไม่เข้าใจ ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ฉายภาพให้เห็นถึงพัฒนาการที่น่าชื่นชมของการมีกฎหมายนี้แต่ยังไปไม่สุด เธอเริ่มด้วยประเด็นที่เป็นมิติเชิงบวกว่า […]