เสือโคร่งจำนวน 72 ตัว ที่สวนเสือ 2 แห่งใน จ.เชียงใหม่ ทยอยล้มตายต่อเนื่องเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ระบุว่า เกิดโรคติดต่ออันตรายที่เรียกว่า "โรคหัดสุนัข" ถือเป็น 1 ในโรคติดต่ออันตราย ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ขณะที่นักวิชาการด้านสัตว์แพทย์ ตั้งคำถามว่า นอกเหนือจากโรคหัดสุนัข ยังมีเชื้ออื่นใดอีกหรือไม่ ที่เป็นสาเหตุการตายของเสือ หากย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อปี 2547 เคยเกิดเหตุเสือในสวนเสือศรีราชา ตายไปถึง 140 ตัว ทั้งจากอาการป่วยปกติของสัตว์ และส่วนที่จำเป็นต้องกำจัดเพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อไวรัส "ไข้หวัดนก" ในครั้งนั้นมีการตรวจพบสาเหตุการตาย เกิดจากเชื้อไข้หวัดนก H5N1 จากการที่สวนสัตว์ได้เอาโครงไก่ดิบให้กิน แม้ต่อมาจะเปลี่ยนจากโครงไก่ เป็นหมู และสัตว์แพทย์พยายามรักษาด้วยยา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ กลายเป็นโรค ติดต่อระหว่างเสือสู่เสือ จนต้องทำลาย เสือทั้งฝูง ปี 2569 เหตุการณ์ลักษณะนี้ วนลูปกลับมาอีกครั้ง ทำให้คนรักสัตว์ หรือคนที่มีสัตว์เลี้ยง อย่างแมว หรือหมา ออกมาตั้งคำถามว่า เสือโคร่ง 1 ตัว ที่มีมูลค่า 9 แสน ถึง 2 ล้านบาท แต่เหตุดจึงไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกัน เพราะเปรียบเทียบราคาวัคซีนกับมูลค่าของสัตว์แล้ว ไม่ได้ถือว่าแพง หรือสิ้นเปลืองเลย น.สพ.วิศิษฏ์ อาศัยธรรมกุล หนึ่งในทีมสัตวแพทย์ ที่เข้าไปตรวจสอบการเสียชีวิตของเสือ ที่ อ.แม่ริม และ อ.แม่แตง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คส่วนตัว เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 ในเชิงไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปของกรมปศุสัตว์ โดยตั้งข้อสังเกตุที่พบ คือการติดเชื้อของเสือที่ได้รับอาหารซากสัตว์ กับกลุ่มไม่ติดเชื้อ เป็นลูกเสือ ที่ไม่ได้รับซากสัตว์ แต่ทานนมเป็นอาหารแทน ขณะที่ นพ.ยงค์ ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลีนิค คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของประเทศไทย ในการต่อสู้กับไวรัสไข้หวัดนก ในช่วงระบาดหนัก ปี 2547 ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 ถึงเหตุการณ์ย้อนอดีตการระบาดของไข้หวัดนก ที่ทำให้เสือตายเป็นจำนวนมาก "....นับเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเห็นสัตว์ใหญ่ ป่วยและทนทุกข์ทรมาน 2-3 วันก็เสียชีวิต การทำลายทั้งฝูง เพื่อไม่ให้แพร่กระจายไปอีก 2 ฝูงที่เหลือ ซึ่งขณะนั้นมีเสือทั้งสิ้น 400 กว่าตัว ก็สามารถป้องกันเสือ อีก 2 ฝูงไว้ได้สำเร็จ กลุ่มเราได้รายงานเผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติไว้เป็นจำนวนมาก เป็นข้ออ้างอิงที่ดีมากเพราะเป็นการพบครั้งแรก และพบการระบาดจากเสือสู่เสือ และมีการพบในแนวและสุนัขได้เช่นเดียวกัน จึงไม่แปลกในปัจจุบันในยุโรปและอเมริกา พบได้เช่นเดียวกันในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม" นพ.ยงค์ กล่าว การระบาดใหญ่ของไข้หวัดนกในประเทศไทยในปี 2547 ถึง 2549 เป็นเรื่องใหญ่โตมาก เพราะมีการสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก มีการทำลายสัตว์ปีกมากกว่า 100 ล้านตัว และบุคคลทั่วไปก็กลัวว่าโรคจะข้ามมาคน การระบาดในประเทศไทยทำให้มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 25 ราย และเสียชีวิต 17 ราย นับว่าเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ การระบาดของไข้หวัดนก ได้เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกา และก็พบได้ในกัมพูชา แต่ไม่มีการรายงานในประเทศไทย นอกจากนี้ นพ.ยงค์ กล่าวกับไทยพีบีเอส ออนไลน์ว่า ออกมาโพสต์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป จากประสบการณ์จริงเท่านั้น ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สวนเสือใน จ.เชียงใหม่ ไม่ทราบรายละเอียด และไม่อยากให้เชื่อมโยง อย่างไรก็ตาม เชื่อสัตว์แพทย์ในพื้นที่ทราบเรื่องดีที่สุด "เหมือนเหตุการณ์ในปี 2546 ที่ผมเป็นหัวหน้าชุดทำงานลงพื้นที่สวนเสือศรีราชา ครั้งนั้นผมก็จะรู้ข้อมูลดีที่สุด เพราะเห็นทุกขั้นตอน รูปที่เอามาลง ผมก็เป็นคนถ่ายไว้เอง ไม่ได้เอามาจากสื่อไหนทั้งนั้น ตอนนั้น เสือตายทั้งหมด 140 กว่าตัว 60-70 ตัว ตายจากอาการป่วย ที่เหลือ ต้องจัดการ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปฝูงอื่น ก็เศร้ามาก ตอนนั้นทราบมาว่า เสือหนึ่งตัว ราคาประมาณ 3 แสนบาท แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจแล้ว" นพ.ยงค์ กล่าว ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย ระบุว่า เคยพบการระบาดของโรคไข้หวัดนก ช่วงปี 2547-2549 โดยพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก 25 คน เสียชีวิต 17 คน และหลังออกมาตรการป้องกัน และะบำบัดโรคสัตว์ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น และตั้งแต่ปี 2551 ก็ไม่พบรายงานการติดเชื้อดังกล่าวในประเทศไทยอีก แต่ในต่างประเทศยังคงมีรายงานเป็นระยะ โดยเฉพาะในบางมณฑล ของประเทศจีน และล่าสุด 14 ก.พ.2569 พบผู้ป่วย 1 รายในกัมพูชา หลังนำซากไก่มาทำอาหารปรุงรับประเทศ ซึ่งในเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว กัมพูชา พบผู้ป่วย 12 คน เสียชีวิต 6 คน อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่ายวันวันนี้ ( 24 ก.พ.2569) กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมแถลงสาเหตุการตายของเสือที่ จ.เชียงใหม่ ว่า จากผลตรวจห้องตรวจปฎิบัติการแล็บ ไม่พบเชื้อไข้หวัดนก และปัจจุบันยังไม่พบการระบาดจากสัตว์สู่คน ด้าน น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเสือที่ตาย ไม่มีสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ซึ่งใช้วิธีการ RT-PCR และ 3-4 วันต่อมา ผลแล็บพบสารพันธุกรรม ไมโคพลาสมา สปีชีส์ ในตัวอย่างอ่อน และพบตัวอ่อน Canine Distemper หรือโรคไข้หัดสุนัข และพบ Canine Distemper ในอวัยวะรวม และเมื่อตรวจแล้ว ไม่พบที่แพร่ระบาดจากสัตว์สู่คน สำหรับ Canine Distemper ติดต่อได้จากสุนัขและเสือ และสามารถใช้วัคซีนในการป้องกันได้ สำหรับเสือที่มีสภาพการเลี้ยงขังกรง และขาดการดูแลเรื่องสุขภาพ มีความเครียด ทำให้มีการลุกลามของโรค และสัตว์ป่า หากจะเห็นอาการของโรค มักจะพบเมื่ออาการหนักแล้ว ทำให้รักษาได้ไม่ทัน และเสียชีวิต ส่วนซากเสือที่ตายแล้วมีการฝังทำลายด้วยวิธีการมาตรฐาน และมีการเก็บหลักฐานภาพถ่ายและซากสัตว์เหล่านี้ เพื่อให้ไม่สามารถนำไปทำอะไรได้อีก "แม้จะไม่พบเชื้อไข้หวัดนก ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เข้าไปในพื้นที่ทุกวัน เพื่อติดตามระบบสิ่งแวดล้อม โดยขณะนี้มีการเคลียร์เสือที่เลี้ยงให้มีความชัดเจน ซึ่งเสือตัวใดที่อาการทรุดโทรมมาก ๆ รักษาไม่หาย อาจจะทำการุณยฆาต" อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวปศุสัตว์ กล่าว ทั้งนี้ สำหรับโรคไข้หวัดนก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์ ที่พบในนก และสัตว์ปีก โดยอาการ และความรุนแรงของโรค ขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัส และชนิดของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ สายพันธุ์ที่มีความสำคัญคือ H5N1 ซึ่งทำให้สัตว์ปีกที่ติดเชื้อมีอาการรุนแรง และตายอย่างรวดเร็ว โดยเชื้อโรคไข้หวัดนก สามารถติดต่อได้ในสัตว์ปีกทุกชนิด ทั้งที่เป็นสัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยง โรคไข้หวัดนกสามารถติดต่อจากสัตว์ปีกมาสู่คนได้ ทั้งจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ปีกที่ป่วยโดยตรง เช่น อุจจาระ น้ำมูก น้ำลาย หรือเกิดจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อม พื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสจากสัตว์ที่ป่วย สำหรับการติดต่อจากคนสู่คน มีโอกาสเกิดได้น้อยมาก ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดนก มักมีอาการเด่นคือ ไข้ และอาการทางระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่มีอาการไอ และหายใจเหนื่อยหอบจากปอดอักเสบ ผู้ป่วยบางรายอาจพบภาวะแทรกซ้อนทางปอดรุนแรง คือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว นอกจากนี้อาจพบอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย และอาจพบอาการทางระบบประสาท เช่น ซึม ชัก ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงมากจะมีภาวะการทำงานของหลายอวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิตได้ โดยกลุ่มผู้ป่วยที่มักจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิต คือ กลุ่มผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไตเรื้อรัง เป็นต้น และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ไม่ว่าสาเหตุการตายของเสียโคร่ง ในสวน 2 สวยสัตว์จ.เชียงใหม่จะตายด้วยสาเหตุใดก็ตาม แม้ผลตรวจจากห้องแล็บจะยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคไข้หวัดนก แต่การเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่มักเกิดโรคอุบัติเป็นสิ่งที่ทั้งคนและสัตว์ต้องพึงระวัง อ่านข่าว สัตวแพทย์ตั้งข้อสังเกต "เสือตาย 72 ตัว" ที่เชียงใหม่ สาเหตุอาจไม่ใช่มาจาก "ไข้หัดสุนัข" นพ.ยง ย้อนอดีต 20 ปีประเทศไทย "ไข้หวัดนก" ระบาดจากเสือสู่เสือ