วันนี้ (25 ก.พ.2569) ทีมข่าวไทยพีบีเอส เกาะติดประเด็นเบื้องหลังความสำเร็จของนักตบลูกยางสาวไทย ที่มีผลงานดีในระดับนานาชาติ แต่ทว่าในบ้านเราเองอย่าง ศึกไทยแลนด์ลีก กลับไม่คึกคัก โดย ผู้จัดการทีมของ "สุพรีม" และ "ขอนแก่น" เปิดเผยว่า ไทยลีก มีโอกาสพัฒนาเทียบชั้นลีกต่างชาติ หากผู้เกี่ยวข้องกล้าขยับกลับไปใช้ระบบการแข่งขันแบบ "เหย้า-เยือน" เพื่อดึงสปอนเซอร์ท้องถิ่น และสร้างฐานแฟนคลับ นายธนดิส ประสพเนตร ผู้จัดการทีมสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค และนายปัญญา พลยุทธ ผู้จัดการทีมขอนแก่นสตาร์ วีซี เห็นตรงกันว่า จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ รูปแบบการแข่งขัน โดยทั้ 2 สโมสรเสนอให้สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง พิจารณากลับไปใช้ระบบการแข่งขันแบบ "เหย้า-เยือน" แทนระบบสนามกลางในปัจจุบัน เนื่องจากมองว่าโปรแกรมที่สั้นเกินไป และแข่งที่สนามเดียวนั้น ทำให้สปอนเซอร์เข้าถึงยาก แต่หากจัดแข่งตามจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของทีม จะสามารถดึงดูดสปอนเซอร์ท้องถิ่น และสร้างฐานแฟนคลับของทีมเจ้าบ้านได้ชัดเจนกว่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาดและเม็ดเงินหมุนเวียนในสโมสรให้สูงขึ้นได้ในระยะยาว พร้อมกันนี้ ยังได้วิเคราะห์ภาพรวมรายได้นักวอลเลย์บอลในลีกอาชีพของไทย ว่ายังต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเทียบราคาค่าตัวนักกีฬาในลีกเกาหลีใต้ ที่สูงถึง 3-5 ล้านบาทต่อฤดูกาล ในขณะที่ไทยลีก อยู่ในหลักหมื่นต่อเดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่มูลค่าลีกไทยยังไม่ดึงดูดสปอนเซอร์ได้มหาศาล สโมสรไทยอย่าง สุพรีมฯ จึงเลือกใช้กลยุทธ์การันตีรายได้ผ่านสัญญาระยะยาว 12 เดือน และให้ความสำคัญกับอาการบาดเจ็บด้วยนักกายภาพประจำทีมถึง 2 คน ขณะที่ ขอนแก่นสตาร์ วีซี เน้นความผูกพันแบบพี่น้องและการปั้นเด็กช้างเผือกในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงทางใจและสวัสดิการทดแทนเม็ดเงินที่อาจจะยังสู้ลีกนอกไม่ได้ในขณะนี้ นอกจากเงินเดือนแล้ว อีกหนึ่งแหล่งรายได้สำคัญของสโมสรคือ "เงินรางวัลต่อแมตช์" ซึ่งในเลกที่ 2 นี้มีการขยับตัวเลขให้สูงขึ้น โดยในกรณีที่ทีมชนะ 3-0 เซต จะได้รับเงินรางวัลถึง 150,000 บาทต่อแมตช์ ขณะที่ทีมแพ้ก็ได้ค่าปลอบใจที่ 15,000 บาท ส่วนผลการแข่งขัน 3-1 หรือ 3-2 เซต เงินรางวัลก็จะลดหลั่นกันไป สำหรับยอดเงินรางวัลสะสมล่าสุด ของฝั่งทีมหญิง 3 อันดับแรกในตอนนี้ อันดับ 1 คือ สุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค ที่กวาดเงินรางวัลไปแล้วรวมกว่า 850,000 บาท ตามมาด้วย นครราชสีมา คิวมิน ซี วีซี 800,000 บาท และอันดับ 3 คือ ขอนแก่นสตาร์ วีซี ที่มียอดสะสมอยู่ที่ 795,000 บาท "ตัวเลขเงินรางวัลสะสมหลักแสนที่เราเห็นนี้ เมื่อต้องนำไปบริหารจัดการทั้งสโมสร เลี้ยงดูนักกีฬาหลายสิบชีวิต และค่าใช้จ่ายในการทำทีมตลอดทั้งฤดูกาล จึงถือเป็นโจทย์ที่หินมากสำหรับสโมสรไทย" นายธนดิส กล่าว อ่านข่าว "แข้งสาวไทย" ประเดิมชัย ศึกฟุตซอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน 2026 10 อันดับขนมหวาน ดีที่สุดของไทย "ขนมครก" คว้าแชมป์ เลิกค้ำ "ตระกูลฮุน" เจ้านโรดม จักราวุธ ทางเลือกใหม่ของ "จีน"