คิมจองอึนลั่นเดินหน้าเสริมนิวเคลียร์ จับตา "คิมจูแอ" ปรากฏตัวพิธีสวนสนาม

เมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ.2569 CNN รายงาน คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นในการเสริมสร้างศักยภาพโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในระหว่างการเป็นประธานในพิธีสวนสนามทางทหารยามค่ำคืน ณ จัตุรัสคิมอิลซุงใจกลางกรุงเปียงยาง โดยมีกองกำลังทหารกว่า 14,000 นายเข้าร่วมเดินสวนสนามด้วยท่าก้าวตบเท้า (Goose-stepping) ภายใต้แสงไฟสปอตไลต์ที่สาดส่อง และเสียงคำรามของเครื่องบินรบที่บินผ่านเหนือท้องฟ้าเมืองหลวง คิม จองอึน ยังได้ปรากฏตัวพร้อมกับลูกสาว "คิม จูแอ" โดยเธอยังคงได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นในฐานะบุคคลใกล้ชิดวงในของผู้นำสูงสุด แม้ว่าการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นทุก 5 ปีจะสิ้นสุดลงโดยไม่มีประกาศแต่งตั้งเธอในตำแหน่งทางการใหม่ ๆ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการวางตัวเป็นผู้สืบทอดอำนาจก็ตาม โดยในสุนทรพจน์ปิดการประชุม คิมย้ำว่าการขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์คือ "เจตจำนงอันแน่วแน่" ของพรรค เพื่อเพิ่มทั้งปริมาณอาวุธและขีดความสามารถในการติดตั้ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดในขบวนสวนสนามครั้งนี้คือการขาดหายไปของอาวุธยุทธศาสตร์หนักอย่างเห็นได้ชัด ไม่ปรากฏขบวนรถถัง ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ขนาดยักษ์ ยานพาหนะร่อนเหนือเสียง หรือรถบรรทุกลำเลียงติดตั้งเครื่องยิงขีปนาวุธ (TEL) ถือเป็นเรื่องที่น่าสังเกตอย่างยิ่ง เนื่องจากปกติระบอบคิมมักใช้โอกาสนี้ในการอวดอ้างอาวุธร้ายแรงที่สุด โดยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า สื่อรัฐเพิ่งเผยแพร่ภาพคิมจองอึนตรวจสอบระบบจรวดหลายลำกล้องขนาด 600 มม. และเมื่อ 4 เดือนก่อนยังได้จัดงานสวนสนามโชว์ขีปนาวุธ ICBM ที่ทรงพลังที่สุดในงานครบรอบ 80 ปีพรรคอีกด้วย ในด้านโครงสร้างการเมือง การประชุมใหญ่พรรคกรรมกรได้นำมาซึ่งการปรับเปลี่ยนบุคลากรระดับสูง โดย คิม โยจอง น้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือ ได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้อำนวยการแผนกพรรคอย่างเป็นทางการ ยืนยันสถานะการเป็นหนึ่งในผู้กุมอำนาจวงในสูงสุด ขณะที่มีการปรับตำแหน่งพรรคและทหารระดับอาวุธโสหลายตำแหน่งเพื่อยกย่องกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ภักดี พร้อมทั้งการลงมติเป็นเอกฉันท์ให้คิมจองอึนดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ต่อไปอีกวาระ 5 ปี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสาเหตุที่การแสดงแสนยานุภาพทางทหารในครั้งนี้ลดขนาดลง อาจมาจากความซับซ้อนด้านโลจิสติกส์และค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว รวมถึงความตั้งใจที่จะส่งสัญญาณถึง "วินัยและการควบคุมทางการเมือง" มากกว่าการยั่วยุ เปียงยางอาจต้องการเก็บแผนการเชิงยุทธศาสตร์ไว้ในมือ โดยคิมยังคงย้ำแผนการพัฒนา ICBM ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ความสามารถในการยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคทหาร นอกจากนี้ยังมีการทิ้งช่องว่างสำหรับการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้เงื่อนไขที่วอชิงตันต้องยอมรับสถานะนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและละทิ้ง "นโยบายศัตรู" จังหวะเวลาดังกล่าวสอดคล้องกับการเตรียมเยือนจีนของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งอาจสร้างโอกาสเล็ก ๆ ในการรื้อฟื้นการสนทนา ทรัมป์-คิม อีกครั้ง โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าในสุนทรพจน์แถลงการณ์นโยบายประจำปี (State of the Union) ของทรัมป์ครั้งล่าสุด เขาไม่ได้กล่าวถึงเกาหลีเหนือเลย แต่กลับเลือกยกย่องทหารผ่านศึกสงครามเกาหลีอายุ 100 ปี คือนายรอยซ์ วิลเลียมส์ แทน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงมรดกทางประวัติศาสตร์มากกว่าความตึงเครียดในปัจจุบัน ความแข็งแกร่งของเปียงยางในวันนี้ ยังได้รับอิทธิพลจากความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับ ปธน.วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ผ่านข้อตกลง "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม" เมื่อปี 2567 ซึ่งทำให้ทั้ง 2 ชาติกลายเป็นพันธมิตรป้องกันร่วมกันโดยปริยาย บทบาทของทหารเกาหลีเหนือในสงครามยูเครนกลายเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่ทรงพลัง คิมจองอึนถูกพรรณนาว่าเป็น "บิดาผู้เมตตา" ผ่านพิธีกรรมปลอบขวัญครอบครัวผู้เสียชีวิตและมอบอพาร์ตเมนต์ใหม่ให้ทหารที่กลับมา ขบวนสวนสนามครั้งนี้จึงอาจถูกปรับให้มีความหนักแน่นในแง่ของ "บุคลากร" มากกว่า "อาวุธ" เพื่อสื่อสารไปยังผู้ชมในประเทศถึงเอกภาพและความพร้อมรบ อย่างไรก็ตาม คำขู่ที่ว่า "การละเมิดอธิปไตยจะถูกตอบโต้ด้วยการโจมตีทันที" ยังคงดังก้อง ท่ามกลางบรรยากาศการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่กำลังจะกลับมาเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในเดือนหน้า อ่านข่าวอื่น : อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ เดือน มี.ค.2569 วงเงิน-จ่ายอะไรบ้าง อย่าเพิ่งทักผิด! รู้จัก "5 ดอกไม้แฝดสีส้ม" บานสะพรั่งรับลมร้อน รักษา "พลายด้วน" เป็นฝีที่รูทวาร ไม่ใช่ถ่ายเป็นขยะพลาสติก