ประเทศไทยก้าวเข้าฤดูร้อน ปี 2569 อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ท่ามกลางสัญญาณเตือนว่า ปีนี้มีแนวโน้มอากาศร้อนกว่าปีก่อน โดยอุณหภูมิสูงสุดอาจพุ่งแตะ 42–43 องศาเซลเซียส กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ในช่วงต้นฤดูจะมีอากาศแปรปรวนจากมวลอากาศเย็นปะทะอากาศร้อน ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อน มีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ หลังพายุผ่านอุณหภูมิจะลดลงชั่วคราวก่อนกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง สำหรับภาพรวมฤดูร้อนปี 2569 คาดว่าจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือน พ.ค. โดยเฉพาะช่วงกลางเดือน มี.ค. ถึงเม.ย. จะร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา พื้นที่เฝ้าระวังอากาศร้อนจัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก ซึ่งอาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 42 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกัน สภาพภูมิอากาศโลก ช่วงฤดูร้อนนี้ยังได้รับอิทธิพลลานีญากำลังอ่อนที่กำลังเปลี่ยนสู่สภาวะเป็นกลาง ทำให้ปริมาณฝนโดยรวมใกล้เคียงค่าปกติ แต่ยังมีสัญญาณแห้งแล้งเล็กน้อยในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเวลา 10.00 - 19.00 น. ซึ่งมีค่าดัชนีความร้อนสูงและเสี่ยงโรคลมแดด เพียงเห็นตัวเลขคาดการณ์อุณหภูมิก็ชวนให้เหงื่อตก หลายพื้นที่ทั่วประเทศต้องเตรียมรับมือกับอากาศร้อน โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ อย่าง กรุงเทพมหานคร ได้มีการเตรียมความพร้อม เปิดให้บริการ "ห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center)" รวม 255 แห่งทั่วกรุงเทพฯ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากความร้อน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง กทม. ขยายผลเปิด "ห้องหลบร้อน" เพิ่ม 255 แห่งทั่วกรุง นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ห้องหลบร้อนทั้ง 255 แห่ง กระจายครอบคลุมพื้นที่ทั่วเมือง ประกอบด้วย สำนักงานเขต 50 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง โรงเรียนสังกัด กทม. 51 แห่ง โรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. 10 แห่ง และศูนย์บริการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม. 75 แห่ง อาทิ ศูนย์นันทนาการ ศูนย์กีฬา และห้องสมุด ทั้งนี้ จะเน้นเปิดให้บริการในช่วงเดือน มี.ค. - เม.ย. 2569 ระหว่างเวลา 10.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีความร้อนสะสมสูง ภายในจัดเตรียมน้ำดื่มสะอาด จุดพักผ่อน ยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น พร้อมระบบช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน รองรับผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง และประชาชนทั่วไป สำหรับคนที่สนใจ สามารถตรวจสอบจุดให้บริการ ห้องหลบร้อน ได้ที่ greener.bangkok (หมายเหตุ กทม.ระบุ อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูลบางส่วน) ช่วงกลางเดือน มี.ค.–เม.ย. จะเป็นช่วงที่อุณหภูมิและค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงที่สุด Heat Index ตัวชี้วัดความร้อนที่กระทบต่อร่างกาย ค่าฮีทอินเด็กซ์ (Heat Index) คือ ค่าอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกจริง คำนวณจากอุณหภูมิอากาศร่วมกับความชื้นสัมพัทธ์ เนื่องจากเมื่อความชื้นสูง เหงื่อจะระเหยได้ยาก ทำให้ร่างกายระบายความร้อนไม่ได้เต็มที่ ส่งผลให้รู้สึกร้อนกว่าค่าอุณหภูมิที่วัดได้ ตัวอย่างเช่น อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส หากความชื้นสูงมาก ร่างกายอาจรู้สึกร้อนเทียบเท่า 42 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับอันตราย เกณฑ์ ค่าฮีทอินเด็กซ์ (Heat Index) กรมอนามัยแบ่งระดับเตือนภัย 4 ระดับ ได้แก่ • สีเขียว 27.0–32.9 °C ระดับเฝ้าระวัง • สีเหลือง 33.0–41.9 °C ระดับเตือนภัย • สีส้ม 42.0–51.9 °C ระดับอันตราย • สีแดง มากกว่า 52.0 °C ระดับอันตรายมาก เมื่อค่า Heat Index อยู่ในระดับสูง อาจก่อให้เกิดภาวะบวมจากความร้อน ผดผื่น ตะคริว เพลียแดด และโรคลมแดด (Heat Stroke) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ นอกจากการเปิดห้องหลบร้อน กรุงเทพมหานครยังดำเนินมาตรการบริหารจัดการความร้อนเมือง 4 ด้านหลัก ได้แก่ ระบบเฝ้าระวังและเตือนภัย มาตรการคุ้มครองสุขภาพ การจัดการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดการสะสมความร้อน และการสื่อสารสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน ซึ่งจากการสำรวจของทั้ง 50 สำนักงานเขต (ข้อมูลปี 2568) พบจุดเสี่ยงความร้อน 379 จุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง เช่น สถานที่ก่อสร้าง ตลาดนัด และลานกีฬากลางแจ้ง ซึ่งได้กำชับให้เฝ้าระวังและดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด และยังสำรวจจุดเสี่ยงความร้อนเพิ่มเติมเพื่อเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง สุดท้าย ฤดูร้อนปี 2569 การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตและทำงานท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด อย่าลืมหาที่หลบแดด และดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ "ภูมิใจไทย" ปัดข่าวตีกลับรายชื่อ รมต.เพื่อไทย" ย้ำรอ กกต.รับรอง สส. ก่อน เปิดตัว "จิรุตม์" อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก -ว่าที่ กกต.คนใหม่ รักษา "พลายด้วน" เป็นฝีที่รูทวาร ไม่ใช่ถ่ายเป็นขยะพลาสติก