กกพ. เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่กระทบการจัดหาแอลเอ็นจีของไทย พร้อมวางแผนรองรับทุกความเสี่ยง ขอให้ประชาชนมั่นใจ และยังคงติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการขนส่งที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกกพ. ได้กำชับ Shipper ทุกรายในกลุ่ม Regulated Market ให้ติดตามสถานการณ์การขนส่งแอลเอ็นจี ในช่วงเดือนก.พ.-พ.ค.2569 ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง พร้อมรายงานข้อมูลสถานะการส่งมอบและแผนการจัดหาแอลเอ็นจีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าวอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน และสร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันและแอลเอ็นจีในตลาดโล “ปัจจุบัน มีเรือแอลเอ็นจีที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซและเดินทางมาถึงประเทศไทยตามสัญญาในเดือนมี.ค.2569 แล้วจำนวน 2 ลำ และมีเรือที่อยู่ในแผนส่งมอบเพิ่มเติมที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีก 5 ลำในช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.2569 ซึ่งจากการติดตามร่วมกับ Shipper และผู้ขายแอลเอ็นจียืนยันว่า ยังไม่มีผลกระทบต่อการส่งมอบแต่อย่างใด” นายพูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กกพ. ได้เตรียมแนวทางรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือไม่สามารถรับแอลเอ็นจี จากประเทศกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยกำหนดมาตรการสำรองไว้ ดังนี้ 1.เพิ่มการจัดหาก๊าซธรรมชาติทางท่อจากอ่าวไทย แหล่ง JDA และเมียนมา โดยบริหารจัดการปริมาณก๊าซส่วนเพิ่มตามความยืดหยุ่นของสัญญา […]