เตือนอากาศร้อน ระวังอันตรายจาก "โรคฮีทสโตรก" แนะวิธีสังเกตอาการ

วันนี้ (28 ก.พ.2569) น.ส.อัยรินทร์ พันธ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยประเทศไทยได้เข้าสู่ "ฤดูร้อน 2569" อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่า ปีนี้อุณหภูมิจะสูงกว่าปีก่อน และอาจแตะ 42-43 องศาเซลเซียส ในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และ ตาก ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด โดยหลีกเลี่ยงการทำงานหรือกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน เพื่อลดความเสี่ยงอาจป่วยด้วยโรคลมร้อน (Heat stroke) ที่อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ รัฐบาลเตือนอากาศร้อน ระวังอันตรายจาก "โรคฮีทสโตรก" โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง กลุ่มโรคเรื้อรัง กลุ่มคนทำงานกลางแจ้ง แนะดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงการทำงานหรือกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า โรคฮีทสโตรก เกิดจากภาวะร่างกายร้อนจัดจนส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตต่อกลุ่มเสี่ยงที่เป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็กวัยทารกถึงอนุบาล เนื่องจากระบบระบายอากาศในร่างกายยังไม่สมบูรณ์ กลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคอ้วน รวมถึงอาชีพเสี่ยงทั้งในกลุ่มคนทำงานกลางแจ้ง อาทิ ทหาร ตำรวจ และ รปภ. เป็นต้น ขอแนะนำให้ลดกิจกรรมช่วงเวลา 11.00 น. ไปจนถึง 15.00 น. หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ถ้าต้องออกไปข้างนอก ให้ดื่มน้ำบ่อย ๆ ทุกชั่วโมง เสียเหงื่อมากดื่มน้ำเกลือแร่เพิ่มขึ้น ให้หลีกเลี่ยงช่วงอากาศร้อนจัด สวมเสื้อผ้าระบายความร้อน ระบายอากาศได้ดี มีสีอ่อน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสังเกตอาการได้ หากหน้ามืด เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว ใจสั่น หน้าแดง เหงื่อไม่ค่อยออก เป็นอาการเตือนความเสี่ยงฮีทสโตรก ต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น รีบพาเข้าพักในที่อุณหภูมิเย็น อากาศถ่ายเท ใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกพับ หน้าผาก คลายเสื้อผ้า ดื่มน้ำถ้ายังมีสติ ถ้าไม่มีน้ำเย็นให้ดื่มน้ำธรรมดาเพื่อระบายความร้อน ถ้าหมดสติให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที อ่านข่าว : สภาพอากาศวันนี้ อากาศร้อนขึ้นตอนกลางวัน เตือนรับมือ "พายุฤดูร้อน" 3-6 มี.ค. "ดัชนีความร้อน" พุ่งระดับเตือนภัย กทม.แนะ "งดออกแดด-ดื่มน้ำบ่อยๆ" เช็กพิกัด "ห้องหลบร้อน" 255 แห่งทั่วกรุง รับฤดูร้อน 2569