วันนี้ (28 ก.พ.2569) สำนักข่าวเอพีรายงาน ระบุว่า รัสเซียประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านว่าเป็น “การกระทำทางทหารที่มีการวางแผนล่วงหน้าและไร้เหตุยั่วยุ” ต่อรัฐเอกราชสมาชิกสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที และกลับสู่แนวทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงผ่านเทเลแกรม ระบุว่า วอชิงตันและเทลอาวีฟภใช้ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นข้ออ้าง ทั้งที่แท้จริงมุ่งเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง พร้อมเตือนว่าการโจมตีดังกล่าวเสี่ยงก่อให้เกิดหายนะด้านมนุษยธรรม เศรษฐกิจ และอาจรวมถึงภัยทางรังสีในภูมิภาค และกล่าวหาว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอล กำลังผลักตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะความขัดแย้งที่ควบคุมไม่ได้ แถลงการณ์ยังระบุว่า เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้หารือทางโทรศัพท์กับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยฝ่ายอิหร่านได้ชี้แจงความพยายามในการตอบโต้การโจมตี และเตรียมขอเปิดการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ขณะที่ลาฟรอฟย้ำการประณามของรัสเซีย และความพร้อมในการช่วยผลักดันแนวทางสันติภาพ รัสเซียอระบุว่า การทิ้งระเบิดใส่สถานที่นิวเคลียร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และชี้ว่าความรับผิดชอบต่อผลกระทบเชิงลบ รวมถึงความเสี่ยงของปฏิกิริยาลูกโซ่และความรุนแรงที่ทวีขึ้น ตกอยู่กับสหรัฐฯ และอิสราเอล กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ยังวิจารณ์สิ่งที่เรียกว่า “รูปแบบการโจมตีที่บ่อนทำลายเสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง” ของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าเป็นการบั่นทอนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์บางส่วนในมอสโก มองว่า ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านอาจเบี่ยงเบนความสนใจของประชาคมโลกจากสงครามในยูเครน และอาจส่งผลให้การสนับสนุนจากชาติตะวันตกต่อกรุงเคียฟอ่อนแรงลง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อรัสเซียทางอ้อม อ่านข่าว : กระทรวงแรงงานเปิดทุกช่องทางช่วยคนไทยในอิสราเอล เตรียมพร้อม 24 ชม.หากอพยพ เช็กก่อนเดินทาง หลายประเทศตะวันออกกลางปิดน่านฟ้า เหตุโจมตีอิสราเอล-อิหร่าน "เนทันยาฮู" ลั่นอิหร่านต้องไร้อาวุธนิวเคลียร์ ปลุกประชาชนลุกขึ้นสู้