เอพี — สื่อทางการอิหร่านยืนยันเมื่อเช้าวันอาทิตย์ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน วัย 86 ปี เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งใหญ่โดยอิสราเอลและสหรัฐ ส่งผลให้อนาคตของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกอยู่ในความไม่แน่นอน และเพิ่มความเสี่ยงต่อความไร้เสถียรภาพในภูมิภาค ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงว่า การเสียชีวิตของคาเมเนอีเป็น “โอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด” สำหรับชาวอิหร่านในการ “ทวงคืน” ประเทศของตน สื่อทางการรายงานว่า คาเมเนอีถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศที่มุ่งเป้าไปยังที่พักของเขาในย่านใจกลางกรุงเตหะราน ภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัทแอร์บัสแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกทิ้งระเบิดอย่างหนัก สถานีโทรทัศน์ของรัฐระบุว่า การเสียชีวิตของเขา “แสดงให้เห็นว่าท่านยืนหยัดเคียงข้างประชาชนและปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าอย่างต่อเนื่อง เผชิญหน้ากับสิ่งที่เจ้าหน้าที่เรียกว่า ‘ความหยิ่งผยองของมหาอำนาจโลก’” ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “คาเมเนอี หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว” พร้อมเตือนว่าจะมีการทิ้งระเบิด “หนักและแม่นยำ” ต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์และอาจยาวนานกว่านั้น โดยสหรัฐให้เหตุผลว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อทำลายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน การโจมตีครั้งนี้เปิดฉากบทใหม่ของการแทรกแซงของสหรัฐในอิหร่าน สร้างความเสี่ยงต่อการตอบโต้รุนแรงและสงครามในวงกว้าง อีกทั้งสะท้อนการใช้แสนยานุภาพทางทหารอย่างชัดเจนของผู้นำสหรัฐ ซึ่งเคยหาเสียงภายใต้นโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” และให้คำมั่นว่าจะหลีกเลี่ยง “สงครามไม่รู้จบ” การสังหารคาเมเนอี ซึ่งเกิดขึ้นในการโจมตีอิหร่านครั้งที่สองในรอบแปดเดือนของรัฐบาลทรัมป์ สร้างความเป็นไปได้สูงต่อภาวะสุญญากาศทางอำนาจ เนื่องจากไม่มีผู้สืบทอดตำแหน่งที่ชัดเจน และตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้นำสูงสุดวัย 86 ปีรายนี้มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายในนโยบายสำคัญทั้งหมดของประเทศ เขาเป็นผู้นำฝ่ายนักบวชและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ ซึ่งเป็นสองศูนย์กลางอำนาจหลักของรัฐศาสนาธิปไตยอิหร่าน […]