รับมือ "สงครามตะวันออกกลาง" หอการค้า ถก “อนุทิน” ทางรอดเศรษฐกิจไทย

หลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศพื้นที่เป้าหมายสำคัญในกรุงเตหะรานและเมืองต่าง ๆ ทั่วอิหร่าน ตามด้วยการโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ โดยอิหร่านได้ตอบโต้โจมตีทางทหารด้วยยิงขีปนาวุธเข้าโจมตีฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ที่บาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย รวมพื้นที่บางส่วนของอิรัก มีแนวโน้มจะขยายตัว ซึ่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกและตลาดพลังงานทั่วโลก และไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทรวงพลังงาน ระบุว่า ขณะนี้ไทยมีน้ำมันสำรอง เพื่อใช้ภายในประเทศประมาณ 61 วัน และยืนยันว่าหากสถานการณ์หนักขึ้น ภาครัฐก็มีแผนสำรองไว้รับมือแล้ว แต่หากสงครามดังกล่าวยืดเยื้อออกไป รัฐและเอกชนควรรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ( 2 ก.พ.2569) หอการค้าไทยจะร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะด้านราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน ที่อาจส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม นายกรัฐมนตรี ได้เชิญหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานเศรษฐกิจ และภาคเอกชน รวมถึงหอการค้าไทย เข้าหารือเพื่อประเมินผลกระทบในภาพรวม และกำหนดแนวทางรองรับผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจไทยอย่างรอบด้าน ในขณะที่ผลระทบจากการขนส่งสินค้าไปยังตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ ความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นคอขวดพลังงานโลก ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่รองรับการขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 14–20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นราว 20% ของการค้าน้ำมันทางทะเลโลก รวมถึงเป็นเส้นทางสำคัญของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไปยังตลาดเอเชีย หากเกิดข้อจำกัดด้านการเดินเรือ ไม่ว่าจะในลักษณะปิดช่องแคบหรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ทำให้บริษัทพลังงานและเรือบรรทุกน้ำมันชะลอการขนส่ง จะก่อให้เกิดภาวะตึงตัวของอุปทานพลังงานทันที ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ ทั้งนี้ประเทศในเอเชีย ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นผู้นำเข้าน้ำมันหลักจากเส้นทางดังกล่าว โดยเฉพาะจีนที่พึ่งพาน้ำมันผ่านฮอร์มุซในสัดส่วนสูง หากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ภูมิภาคเอเชียจะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน สำหรับประเทศไทย ในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะสะท้อนผ่านต้นทุนการผลิต ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ภาคธุรกิจหวั่นต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่ม “อิหร่าน” ปิดช่องทางเดินเรือ ประธานหอการค้าไทย กล่าวอีกว่า  จากการประเมินร่วมกับภาคธุรกิจและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ สถานการณ์ปัจจุบันมีแนวโน้มก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงปฏิบัติอย่างชัดเจน ดังนี้  ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยกระดับ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นทันทีและมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง ซึ่งจะสะท้อนผ่านต้นทุนค่าขนส่งทางเรือ ทางอากาศ และทางบกทั่วโลก ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง ในขณะที่ภาคการขนส่งสินค้าไปยังอ่าวเปอร์เซียเผชิญ War Risk Premium ผู้ส่งออกที่มีปลายทางในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียจะเผชิญกับการเรียกเก็บ “ค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงสงคราม” (War Risk Premium) เพิ่มเติมจากสายเรือและบริษัทประกันภัย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่อเที่ยวเรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เบื้องต้นทราบมาว่า สูงขึ้นประมาณ 50% ส่งออกตะวันออกกลาง หยุดชั่วคราว เหตุต้นทุนสูง สำหรับการการส่งออกไปตะวันออกกลางอาจชะลอหรือหยุดชั่วคราว ในระยะสั้น สายเรือบางส่วนอาจชะลอการรับจองตู้สินค้าไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือปรับตารางเดินเรือใหม่ หากจำเป็นต้องขนส่งจริง ผู้ประกอบการจะต้องเผชิญทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น และระยะเวลาขนส่งที่ยาวนานขึ้น ส่งผลต่อการบริหารสต็อกสินค้าและกระแสเงินสด ในขณะที่การส่งออกไปยุโรปยังเผชิญต้นทุนเพิ่มต่อเนื่อง แม้หลายเส้นทางไปยุโรปรวมถึงสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันออก ได้ปรับอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮปอยู่ก่อนหน้าแล้วจากความตึงเครียดในทะเลแดง แต่หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น จะทำให้ต้นทุนการเดินเรือเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ส่งผลต่อราคาสินค้าปลายทางและความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และสินค้าหากจะต้องปรับอ้อม เพื่อการขนส่งไม่ใช่แค่ต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ จะกระทบต่อ ระยะเวลาการเดินทาง ซึ่งรวมไปกลับแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือน โดยกระทบต่อการวางแผนตู้ขนส่งสินค้าไปกลับอีกด้วย หากเกิดสถานการณ์ที่ราคาพลังงานปรับสูงขึ้นพร้อมกับค่าระวางเรือเพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน จะเป็นแรงกดดันสองชั้นต่อระบบการค้าโลก และกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย  ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรเร่งทบทวนสัญญาการขนส่ง เงื่อนไขการประกันภัย และต้นทุนพลังงาน พร้อมเตรียมแผนรองรับหลายสถานการณ์ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจและลดความเสี่ยงจากความผันผวนในระยะสั้น เตรียมแผนเสริมสภาพคล่องการเงิน-รับสถานการณ์วิกฤต อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสงครามดังกล่าว ส่งผลไปทุกภาคส่วน โดยสายการบินระหว่างประเทศหลายแห่งได้ปรับเส้นทางบินหลีกเลี่ยงน่านฟ้าพื้นที่เสี่ยง ไม่ใช่แค่พื้นที่ตะวันออกกลางแต่ยังกระทบไปยังยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันออกด้วย ส่งผลให้เวลาเดินทางยาวนานขึ้นและต้นทุนเพิ่มขึ้น ภาคธุรกิจที่มีการติดต่อกับภูมิภาคดังกล่าวควรติดตามประกาศด้านความปลอดภัยและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และยิ่งช่วงนี้เป็นฤดูท่องเที่ยวของฝั่งยุโรปด้วยจะทำให้กระทบต่อการเดินทางของทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว สำหรับแนวทางของภาครัฐ หน่วยงานด้านเศรษฐกิจทั้ง รองนายกฯเอกนิติ และนางศุภจี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับทั้งในมิติพลังงาน การเงิน และการค้า เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม พร้อมประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนคงจะเสนอ ขอให้ภาครัฐ เร่งมาตรการต่างๆ ที่มีอยู่ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เช่น มาตราการเสริมสภาพคล่อง SME ของออมสินผ่าน ธนาคารพาณิชย์ Reinvent Thailand รวมถึงการทำงานเป็นทีมของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น นโยบายทางการเงิน และการคลัง รวมถึง การความร่วมมือระหว่าง กระทรวงเศรษฐกิจทั้ง คลัง เกษตร, พาณิชย์ เป็นต้น เสริมกับ กระทรวงต่างประเทศที่เน้นการทูตเชิงเศรษฐกิจตามที่ได้หารือกับภาคเอกชนก่อนหน้านี้ ภายใต้ความไม่แน่นอนระดับสูง ภาคธุรกิจควรเน้นการบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงาน โลจิสติกส์ และอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ พร้อมจัดทำแผนรองรับหลายสถานการณ์ (Scenario Planning) และรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้เพียงพอ ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า  แม้สถานการณ์จะสร้างความไม่แน่นอน แต่ประเทศไทยยังมีโอกาสในบางภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตร อาหาร อาหารแปรรูป และสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจมีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยหอการค้าไทยพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบเชิงลึกในแต่ละกลุ่มธุรกิจ และเสนอแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถบริหารความเสี่ยงและรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน หอการค้าไทยขอให้ผู้ประกอบการและประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด ดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ และร่วมกันรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง นับจากนี้ต้องจับตาดูสถานการณ์การสู้รบในโลกตะวันออกกลางว่าจะยืดเยื้อ หริอมีการเร่งจบเกมโดยเร็ว เพราะผู้ได้รับผลกระทบเต็ม ไม่ใข่แค่ประเทศมหาอำนาจ แต่ประเทศเล็กๆในแถบเอเซีย โดยเฉพาะไทยก็หนีไม่พ้นเช่นกัน อ่านข่าว: "ทรัมป์" เผย "ผู้นำชุดใหม่อิหร่าน" ต้องการเจรจา ชี้เตรียมเปิดพูดคุย "พลังงาน" ยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านใกล้ชิด สายการบินแห่ยกเลิก เที่ยวบินที่ต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง