วันนี้ (2 มี.ค.2569) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าแจ้งความภาคประชาชนเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังเข้าร่วมสังเกตการณ์การลงคะแนนการเลือกตั้งเขตคันนายาว โดยอ้างว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังถ่ายภาพจนไม่เป็นความลับ ว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ทาง กกต.เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 5 มี.ค.2569 พร้อมกับนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมเข้ามาด้วย ตามขั้นตอนตำรวจจะต้องสอบปากคำทุกฝ่าย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานตามคำให้การของผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหา ก่อนจะพิจารณาว่าเป็นความผิดในฐานใด เป็นไปตามที่ กกต.แจ้งความไว้หรือไม่ อย่างไร ยืนยันทั้งหมดต้องดูตามข้อเท็จจริง ส่วนพยานหลักฐานใดที่ กกต.นำมาแสดงให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน แต่เบื้องต้นเป็นไปตามภาพที่ปรากฏในข่าว ที่มีการถ่ายภาพในคูหาเลือกตั้ง ส่วนเจตนาของผู้ถูกกล่าวหาจะเข้าข่ายเป็นการบิดเบือนข้อมูลต่อสาธารณชนหรือไม่ รวมถึงตำรวจจะใช้เกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ตำรวจสอบสวนกลางทำงานโดยมีนโยบายว่า ตำรวจไม่สนใจว่าใครเป็นใคร แต่จะใช้ข้อเท็จจริงเป็นตัวตั้ง เพราะฉะนั้นจึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยตรวจสอบและสืบสวนจากหลักฐาน หากพิจารณาแล้วว่าเป็นความผิด ตำรวจก็จะออกหมายเรียก หากไม่มาก็จะออกหมายจับตามขั้นตอน ซึ่งคดีนี้ตำรวจจะดูในเรื่องของเจตนาเป็นหลัก ในสิ่งที่ผู้ถูกกล่าวหาทำมีเจตนาอย่างไร จากนั้นจึงนำทุกอย่างมาประกอบ ก่อนที่จะพิจารณาดำเนินคดีในการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องอีกครั้ง ยืนยันว่าเราดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏของทั้งสองฝ่าย หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอก็มีสิทธิที่ขั้นตอนจะไปถึงสั่งไม่ฟ้องได้ แต่วันนี้เพิ่งเริ่มกระบวนการ จึงจะต้องดูการสอบสวน พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอีกครั้ง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังยืนยันว่า แม้คดีดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากประชาชน แต่ไม่มีใครกดดันการทำงานของตำรวจสอบสวนกลางได้ อีกทั้งยังไม่กลัวเสียชื่อ เพราะหลายคดีที่ตำรวจสอบสวนกลางทำ ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มกำลัง แม้บางครั้งศาลจะยกฟ้อง แต่ตำรวจก็เก็บทุกอย่างเป็นประสบการณ์ อ่านข่าว : นักวิชาการ มองเหตุความไม่สงบตะวันออกกลางหากไม่ยืดเยื้อ กระทบ "ราคาน้ำมัน-ท่องเที่ยว" ระยะสั้น "ป.ป.ส." จับยาไอซ์มูลค่า 31 ล้านบาท ซุกม้วนฝ้าย-เตรียมส่งต่อประเทศที่สาม ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์สู้รบ "อิสราเอล-อิหร่าน" ยืดเยื้อ? จับตาศึกชิงอำนาจ