บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด การเงินโลกผันผวนระยะสั้น “ทองคำ“ ได้รับอานิสงส์ สินทรัพย์ปลอดภัย เด้งขึ้นชัด รายงานข่าวจาก ฝ่าย Investment Solutions (วิเคราะห์หลักทรัพย์) เมย์แบงก์ ระบุว่า ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างมีความอ่อนไหว ต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของปริมาณการค้าทางทะเลทั่วโลก อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อในหลายประเทศ ในภาวะเช่นนี้ ตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่โหมด “Risk-off” นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ พันธบัตรสหรัฐฯ และเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้น และสินทรัพย์เสี่ยงอาจเผชิญแรงขายระยะสั้น ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์ คือกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มทองคำ ได้รับแรงหนุนจากบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงความไม่แน่นอน กลุ่มพลังงาน ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมัน ที่มีแนวโน้มผันผวนในทิศทางขาขึ้น เมย์แบงก์ แนะนำให้นักลงทุนติดตามพัฒนาการสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบริหารพอร์ตด้วยความระมัดระวัง เน้นการกระจายความเสี่ยง และทยอยปรับน้ำหนักการลงทุนในธีมที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ และควรหลีกเลี่ยงการตัดสินใจจากอารมณ์ หรือความผันผวนระยะสั้น เพราะในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนสูง วินัยการลงทุน และข้อมูลที่รอบด้านคือเครื่องมือสำคัญ