วันนี้ (2 มี.ค.2569) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ประเทศไทยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากมีผลกระทบต่อสันติภาพ ความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก จึงอยากให้แก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาบนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังห่วงใยคนไทยที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่านที่มีคนไทยอยู่ประมาณ 250 คน สถานทูตได้ติดต่อกับชุมชนชาวไทยอย่างใกล้ชิด โดยขอให้ใช้ความระมัดระวังและให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมช่วยเหลือคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ แต่น่านฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวปิดทั้งหมด จึงต้องเดินทางผ่านทางบกด้วยรถยนต์มายังชายแดนตุรกี ก่อนจะเดินทางด้วยเครื่องบิน ซึ่งมีคนไทยประสงค์จะเดินทางกลับ 20 คน ทั้งนี้จะมีศูนย์ปฏิบัติการชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ ซึ่งมีจำนวนผู้ที่ต้องการเดินทางไม่มาก จึงสามารถบริหารจัดการได้ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ แต่หากมีคนไทยในอิหร่านประสานจะเดินทางกลับมากกว่า 100 คน รัฐบาลจะนำเครื่องบินของกองทัพอากาศไปรับ ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานงานไว้แล้ว โดยยืนยันว่ามีความพร้อมในทุกฉากทัศน์ ขณะที่อิสราเอลมีคนไทยอยู่ประมาณ 65,000 คน ซึ่งขณะนี้อิสราเอลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ด้วยการสกัดกั้นขีปนาวุธ และยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบหรือแสดงความประสงค์จะเดินทางกลับไทย สถานทูตได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลอิสราเอล แต่ยอมรับว่ามีความกังวลในพื้นที่จุดอื่น ๆ เช่น เมืองดูไบ เมืองอาบูดาบี ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีคนไทยแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับกว่า 1,000 คน ซึ่งสามารถประสานงานได้ เนื่องจากสนามบินโอมานยังเปิดทำการ และพร้อมอำนวยความสะดวกเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ที่มีการโจมตีอย่าง บาห์เรน กาตาร์ คูเวต ขณะนี้ได้ให้สถานทูตทุกแห่งที่ได้รับผลกระทบและมีคนไทย ให้ติดต่อกับคนไทยเพื่อสอบถามความต้องการที่จะกลับประเทศ โดยจะประสานให้เดินทางกลับผ่านเมืองที่ใกล้ที่สุดคือซาอุดีอาระเบีย และเดินทางด้วยสายการบินพาณิชย์ ผู้สื่อข่าวถามว่า จะประสานนำคนไทยที่อยู่ในอิหร่านออกมาโดยเร็วที่สุดเมื่อไหร่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางกลับกว่า 20 คนจะต้องเดินทางกลับทางบก โดยจะประสานกับอิหร่านเพื่อให้อำนวยความสะดวก ให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยความราบรื่นและต้องให้หลักประกันเรื่องความปลอดภัย นายสีหศักดิ์ ระบุอีกว่า จากการประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางคาดว่าจะยืดเยื้อ เนื่องจากเป้าหมายฝ่ายสหรัฐฯ อาจไม่ใช่เพียงการขจัดภัยนิวเคลียร์ และฝ่ายอิหร่านก็มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติการโต้ตอบ ขยายไปหลายประเทศที่มีฐานทัพของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันสถานการณ์ภายในอิหร่านยังไม่ชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะไม่ยุติโดยง่าย ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องเตรียมความพร้อม ไม่ใช่เพียงการดูแลหรืออพยพคนไทยเท่านั้น แต่ต้องเตรียมพร้อมถึงสถานการณ์ที่เป็นไปได้ในประเทศด้วยเช่นกัน ส่วนสถานทูตไทยที่อยู่ในประเทศที่มีความสุ่มเสี่ยง ยืนยันว่าขณะนี้สามารถติดต่อกันได้ทั้งหมด รวมถึงติดต่อกับชุมชนคนไทยอย่างใกล้ชิด อ่านข่าว กต.ยืนยันคนไทยในตะวันออกกลางยังปลอดภัย เตรียมแผนอพยพพ้นจุดเสี่ยง "ทรัมป์" สั่งโจมตีอิหร่านต่อ คาดอาจเสียทหารอเมริกันเพิ่มจนกว่าจะยุติสู้รบ จีน-รัสเซีย ซัดสหรัฐ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ย้ำจุดยืนสันติภาพตะวันออกกลาง