กลายเป็นปมร้อนในโซเชียลมีเดีย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังผู้ปกครองคนหนึ่ง โพสต์ข้อความ สรุปค่าใช้จ่าย ในการเรียนติวเสริมนอกห้องเรียน เพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนในเครือสาธิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 คิดเป็นเงินเกือบ 300,000 บาท พร้อมกับภาพลูกชายตัวน้อยกว่า 5 ขวบ กำลังตั้งใจทำแบบฝึกหัด และแบบฝึกหัดกองโตข้างตัวหนูน้อย ผู้ปกครอง ยังกล่าวถึงวัตถุประสงค์ ในการโพสต์ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ปกครอง ที่สนใจวางแผนสอบเข้าโรงเรียนเครือสาธิต พร้อมย้ำว่า ไม่ได้กดดันลูกชาย เพราะได้เตรียมโรงเรียนเอกชน รองรับไว้แล้ว โพตส์ดังกล่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ทั้งชื่นชมครอบครัว ที่ให้การสนับสนุนลูกน้อย ไปจนถึง แสดงความเป็นห่วงหนูน้อยวัยปฐม ถูกเร่งเรียนหรือไม่ ไปจนถึง ความรู้สึกตกใจค่าใช้จ่ายในการเรียนเสริม ที่สูงกว่า 300,000 บาท ข้อมูลจากสภาพัฒน์ ระบุว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการเลี้ยงดูเด็ก 1 คน ตั้งแต่อายุ 0-21 ปี อาจเงินไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท ส่วนใหญ่ เป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ยังไม่นับรวม "เงินเฟ้อการศึกษา" เฉลี่ยร้อยละ 6-7 ขึ้นอยู่กับ ฐานะครอบครัว และสถานศึกษาที่เข้าเรียน ไม่เพียงค่าใช้จ่าย ที่อาจกระทบการเข้าถึงโอกาสการศึกษา แต่กระบวนการคัดเลือก เข้ามหาวิทยาลัย ยังอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กไทยหรือไม่ ปัจจุบัน ระบบคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทย หรือ TCAS กำหนดวิธีคัดเลือก 4 รอบ ได้แก่ 1.รอบพิจารณาผลงาน ความสามารถพิเศษ กิจกรรม รางวัล ผลการเรียน โดยไม่ต้องสอบข้อเขียน เรียกว่ รอบ Portfolio 2.รอบโควตา ซึ่งเป็นการพิจารณาด้านพื้นที่ เครือข่ายสถานศึกษา หรือความสามารถเฉพาะด้าน 3.รอบ Admission ใช้คะแนนสอบกลาง 4. Direct Admission ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย สำหรับสถานศึกษาที่ยังมีที่นั่งคงเหลือ สมัครเข้ามหาวิทยาลัย "รอบพอร์ตฯ" ต้องใช้เงินนับหมื่น สภาพัฒน์ พบว่า สถิติสัดส่วนผู้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย รอบ Portfolio เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2561 อยู่ที่ 21.5% เป็น 36.3% ในปี 2568 โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยแนวหน้าของประเทศ ในคณะแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งกำหนดเกณฑ์คัดเลือกเข้มข้นเจาะจงมากขึ้น เช่น กำหนดให้ผู้สมัคร ต้องมีประสบการณ์โครงงาน หรือ การแข่งขันโอลิมปิควิชาการ มีโครงงานวิจัย หรือ ผลงานสาขาที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังต้องมีคะแนนภาษาในระดับสูงเช่น IELTS ไม่น้อยกว่า 7.0 หรือ TOEFL ไม่น้อยกว่า 100 คะแนน การสะสมพอร์ตผลงานดังกล่าว ล้วนต้องแลกมาด้วย ค่าใช้จ่าย เวลา และโอกาส ซึ่งผู้สมัครจากครัวเรือน หรือโรงเรียนที่มีทรัพยากรสูง จะได้เปรียบในการเตรียมตัว (จันทิมา ชัยยะศิริสุวรรณ, 2568) ในทางกลับกัน ผู้สมัครจากบริบทที่มีทรัพยากรจำกัด ต้องแบ่งเวลาและพลังงานไปกับภาระอื่น เช่น การทำงานช่วยครอบครัว หรือการเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพเชิงโครงสร้างต่ำกว่า แม้ว่าผู้สมัครทั้งสองกลุ่ม จะมีศักยภาพใกล้เคียงกัน แต่ความเหลื่อมล้าด้านทรัพยากรทำให้บางกลุ่มไม่สามารถแสดงศักยภาพนั้นออกมา ในรูปแบบที่ระบบการคัดเลือกมองเห็นได้อย่างเต็มที่ ความสามารถในการลงทุน ถูกแปลงเป็นความได้เปรียบ นอกจากนี้ ยังพบว่า การจัดเตรียมพอร์ตฯ มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับ การนำเสนอผลงานให้ครบตามเกณฑ์ มุ่งผลเชิงปริมาณ มากกว่าส่งเสริมการเรียนรู้เชิงลึก หรือพัฒนาความสนใจอย่างแท้จริง อีกทั้ง ยังมีแนวโน้มบิดเบือนเป้าหมายการเรียนรู้ มุ่งแสวงผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ จนนำไปสู่บริการรับจ้างทำผลงาน ส่งผลให้ ความสามารถในการลงทุน ถูกแปลงเป็นความได้เปรียบในการคัดเลือก ซึ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสการศึกษา ไม่นับรวม ความเสี่ยงการทุจริตแอบอ้างคัดลอกผลงาน แม้ อว.จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ TGAT TPAT ซึ่งเป็นคะแนนประกอบการคัดเลือกในรอบ โควตา Admission และรับตรง ซึ่งสนับสนุนค่าธรรมเนียม 600 บาท แต่นักเรียนไทยส่วนใหญ่ ยังคงมีสัดส่วนสมัครเข้ารับการคัดเลือกด้วยวิธียื่นพอร์ตฯ แม้ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายสูง เช่น ค่าสมัครและสอบสัมภาษณ์บางคณะ 3,000 บาท ค่าสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ครั้งละ 8,000 บาท ขณะที่ ค่าสมัครเข้าค่ายกิจกรรมต่างๆ อาจสูงถึงหลักหมื่นบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าหอพัก ค่าเดินทาง เป็นต้น "เกาหลีใต้" ยกเลิกกิจกรรมนอกหลักสูตรเข้าแฟ้ม เกาหลีใต้ ก็มีปัญหาระบบคัดเลือกผ่านรอบยื่นพอร์ตฯ คล้ายกับไทย ทำให้ รัฐบาลเกาหลีใต้ ผลักดันมาตรการสร้างความยุติธรรมระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย 3 แกนหลัก ได้แก่ 1.ยกเลิกการนำกิจกรรมนอกหลักสูตร เรียงความแนะนำตัว และจดหมายรับรอง ตลอดจน จำกัดรายการผลงานที่สามารถนำเสนอได้ เพื่อป้องกันการแข่งขันสะสมผลงาน และอิทธิพลการศึกษาเอกชน 2. เปิดเผยเกณฑ์ประเมินผู้สมัคร เพิ่มกลไกตรวจสอบจากภายนอก 3. เพิ่มสัดส่วนการรับเข้าผ่านการสอบวัดความสามารถวิชาการ ตลอดจน จัดสรรที่นั่งสำหรับคัดเลือกผู้สมัครจากพื้นที่ด้อยโอกาส สภาพัฒน์ แนะเปิดเผยเกณฑ์-ใช้เอไอช่วย ลดอคติ ไทย ได้เริ่มทดลอง ระบบ TCASFolio สนับสนุนการจัดทำแฟ้มผลงาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ควบคู่กับ การปรับลดสัดส่วนรับนักศึกษารอบพอร์ตแล้ว สภาพัฒน์ ยังเสนอแนวทางลดความเหลื่อมล้ำเพิ่มเติม เช่น โรงเรียนในพื้นที่เดียวกัน ควรรวมตัวเป็นเครือข่าย แบ่งปันทรัพยากร และโอกาสเรียนรู้ สอนทำพอร์ต ซ้อมสัมภาษณ์ ขณะที่ มหาวิทยาลัย ควรแสดงความโปร่งใส ในการเปิดเผยเกณฑ์การประเมินอย่างชัดเจน มุ่งพิจารณาผลงานและกิจกรรมที่สอดคล้องหลักสูตรหลัก จัดข้อมูลระบุสถานะทางสังคมผู้สมัคร และใช้เอไอ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจ นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐ ควรพิจารณากำหนดเพดานค่าธรรมเนียมการสมัครรอบพอร์ตฯ เพื่อลดภาระทางการเงินผู้สมัคร จากครัวเรือนรายได้น้อย โดยพรรณทิภา ภัทรวรเมธ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส อ่านข่าว "ไปรษณีย์ไทย" ขนส่งล่าช้า 25 ปลายทางจากเหตุในตะวันออกกลาง "สุวรรณภูมิ" แจงระบบเช็กอินทำงานปกติ ชี้คิวสะสมหนาแน่น เหตุปรับนโยบายรับสัมภาระ ตำรวจพบข้อมูล "เบน สมิธ" อยู่ยูเออี เร่งขอออกหมายแดง