จับตา ปุ๋ย ราคาพุ่ง สมาคมฯ ยันตรึงราคาได้อีก 3 เดือน สั่งจับตาตลาดโลกใกล้ชิด

จับตา ปุ๋ย ราคาพุ่ง สมาคมฯ ยันตรึงราคาได้อีกแค่ 3 เดือน สั่งจับตาตลาดโลกใกล้ชิด เนื่องจากไทยต้องนำเข้าทั้ง100% จากตะวันออกกลาง  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางได้เริ่มส่งผลกระทบมายังภาคการเกษตรของไทย โดยร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรบางแห่งในต่างจังหวัดทยอยประกาศหยุดจำหน่ายชั่วคราว หรือแจ้งว่าสินค้าหมดสต็อก ปัจจัยสำคัญมาจากราคาปุ๋ยในตลาดโลกที่ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามทิศทางราคาน้ำมันที่พุ่งแรง ขณะเดียวกันปัญหาด้านอุปทานเริ่มตึงตัวจากผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งรวมทั้งไทยยังพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ100% และตลาดนำเข้าหลักคือประเทศในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงในเหตุการณ์ครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ยายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมายอมรับว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของภาคการเกษตร โดยเฉพาะราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตอื่นที่ส่งต่อต้นทุนของเกษตรกร ซึ่งกระทรวงเกษตรอยู่ระหว่างหารือแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัชายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทยกล่าวว่ายอมรับว่าปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยยูเรียซึ่งส่วนใหญ่ไทยนำเข้ามาจากประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งสมาคมได้สั่งให้มีการจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด “ยืนยันว่าขณะนี้ปุ๋ยเคมีในประเทศยังไม่มีการปรับขึ้นราคาทันที เนื่องจากยังมีสต็อกปุ๋ยราคาเก่า ที่สามารถให้เกษตรกรใช้ได้อีก 2-3 เดือน แต่ในอนาคตก็ต้องจับตาราคาตลาดโลกว่าจะมีแนวโน้มอย่างไร เพราะไทยต้องพึ่งพิงการนำเข้าจากต่างประเทศทั้ง100%”