อิหร่าน ในฟุตบอลโลก 2026 "เจ้าภาพ" สหรัฐฯ จะยอมให้ร่วมแข่งหรือไม่

วันนี้ (4 มี.ค.2569) หลังเกิดเหตุสหรัฐอเมริกา ร่วมกับอิสราเอล โจมตีอิหร่าน ตั้งแต่ 28 ก.พ.2569 จนกเป็นเหตุบานปลายไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางในขณะนี้ ล่าสุดสำนักข่าว อัลจาซีรา ได้ออกมาวิเคราะห์ ถึงเหตุการณ์นี้ว่า อาจส่งผลต่อการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก ของทีมชาติอิหร่าน ที่คว้าโควตาไปแข่งขันรอบสุดท้าย ซึ่งกำหนดแข่งเดือน มิ.ย.นี้ ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก สำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 FIFA World Cup 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง 11 มิ.ย.-19 ก.ค. โดยเป็นการร่วมเป็นเจ้าภาพ ระหว่าง แคนาดา, เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ซึ่ง อิหร่าน รอบแบ่งกลุ่มอยู่ในกลุ่ม G ร่วมกับ เบลเยียม, อียิปต์ และนิวซีแลนด์ และมีกำหนดการแข่งขันทั้งหมดที่ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ตารางการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติอิหร่าน 15 มิ.ย. อิหร่าน พบ นิวซีแลนด์ ที่สนามกีฬาลอสแอนเจลิส 21 มิ.ย. เบลเยียม พบ อิหร่าน ที่สนามกีฬาลอสแอนเจลิส 26 มิ.ย. อียิปต์ พบ อิหร่าน ที่สนามกีฬาซีแอตเติล สิ่งที่หลายคนอยากรู้คือ "อิหร่าน" จะได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก ในปีนี้หรือไม่ อัลจาซีรา รายงานว่า แม้อิหร่านจะยังไม่ได้ถอนตัวออกจากทัวร์นาเมนต์อย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของวงการฟุตบอลอิหร่านได้ยอมรับว่าการเข้าร่วมของทีมตกอยู่ในความไม่แน่นอน "สิ่งที่แน่นอนคือ หลังจากการโจมตีครั้งนี้ เราไม่สามารถคาดหวังที่จะมองไปข้างหน้าด้วยความหวังต่อฟุตบอลโลกได้" เมห์ดี ทาจ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (FFIRI) กล่าวกับเว็บไซต์กีฬาท้องถิ่น Varzesh3 เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 ขณะที่ มัตติอัส กราฟสตรอม เลขาธิการฟีฟ่า กล่าวว่าองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลโลกกำลังติดตามความขัดแย้งและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากสงคราม "ผมอ่านข่าว (เกี่ยวกับอิหร่าน) เช้านี้เหมือนกับที่คุณอ่าน ยังเร็วเกินไปที่จะแสดงความคิดเห็นโดยละเอียด แต่เราจะติดตามความคืบหน้าในทุกประเด็นทั่วโลก" มัตติอัส กล่าว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์โจมตีขึ้น อิหร่าน ก็มีความไม่แน่นอนว่าจะได้ไปแข่งขันฟุตบอลโลกอยู่แล้ว เพราะ อิหร่าน เป็น 1 ใน 12 ประเทศ ที่ถูกรวมอยู่ในมาตรการห้ามเดินทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ประกาศใช้ในเดือน มิ.ย. ช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก จากข้อมูลที่ปรากฏในเว็บไซต์ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA มีการกำหนดโทษไว้ใน FIFA Disciplinary Code ที่ระบุกรอบค่าปรับสูงสุดในหลายมาตรา และกรณีที่ชาติใดชาติหนึ่งถอนตัวจากการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่มีการประกาศโปรแกรม และตารางแข่งขันออกไปอย่างเป็นทางการแล้ว อาจถูกปรับสูงสุดถึง 1 ล้านฟรังก์สวิส คิดเป็นเงินไทยราว 40 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น ตามความเสียหายทางแพ่งที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจาก ฟุตบอลโลก มีมูลค่าทางธุรกิจมหาศาล ตัวอย่างเช่น ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ มีการประเมิณรายได้รวมของ FIFA จากด้านต่างๆ อาทิ การขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก สูงถึง 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.37 แสนล้านบาท นอกจากการเสียค่าปรับแล้ว ทีมที่ถอนตัว อาจถูกตัดสินอื่นเพิ่มเติม อาทิ การเข้าร่วมแข่งขันในรายการที่ FIFA รับรอง หรือห้ามจัดกาารแข่งขันทุกประเภท ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า ยังไม่เคยมีกรณี ทีมถอนตัวจากฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลังจับสลากยุคใหม่ กรณีใกล้เคียงที่สุดคือในปี 1992 ที่ยูโกสลาเวีย ถูกแบนออกจากการแข่งขัน UEFA Euro 1992 ตามคำสั่งของสหประชาชาติ ซึ่งกรณีนี้ไม่มีค่าปรับ เนื่องจากเป็นมาตรการทางการเมือง ไม่ใช่สมัครใจถอน รวมถึงรัสเซีย ที่ถูกแบน จากการแข่งขันรอบคัดเลือกโดย FIFA ในปี 2022 อัลจาซีรา วิเคราะห์ว่า หากอิหร่าน ถอนตัวจากการแข่งขันจริง ก็มีแนวโน้มว่า FIFA จะนำชาติอื่นเข้ามาแทนที่ เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เนื่องจากอิหร่านเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียและได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในฐานะตัวแทนของภูมิภาคเอเชีย ทีมที่จะเข้ามาแทนที่จึงน่าจะมาจากเอเชีย แม้ว่าผู้จัดงานยังไม่ได้ยืนยันว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม จากอันดับในรอบคัดเลือก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อาจเป็นชาติถัดไปที่จะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก อย่างไรก็ตาม หากอิรักซึ่งตั้งเป้าที่จะผ่านเข้ารอบโดยการแข่งขันเพลย์ออฟระหว่างทวีป ไม่สามารถคว้าสิทธิ์ได้ พวกเขาก็อาจแซงหน้าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ขึ้นไปเป็นผู้แทนของอิหร่านได้ อ่านข่าว "โรนัลโด" หอบครอบครัวหนี หลังเกิดเหตุระเบิดโจมตีสถานทูตในริยาด "อิหร่าน" อาจถอนตัวฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่สหรัฐฯ