วันนี้ ( 5 มี.ค.2569) นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะทำงานระดับสูงว่าด้วยการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน ครั้งที่ 49 และการประชุม Track 1.5 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอาเซียน ว่า อาเซียนเตรียมขับเคลื่อน วาระการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เน้นการรักษาศักยภาพทางเศรษฐกิจและความสามารถทางการแข่งขันของภูมิภาคในระยะยาว โดยจะจัดทำกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวร่วมกัน ยึดหลักรูปแบบเศรษฐกิจที่เปิดกว้าง ระบบการค้าพหุภาคี รวมทั้งต้องเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและการรวมกลุ่มให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อการรับมือกับความท้าทายจากความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนแรงกระแทกฉับพลัน (Shocks) ทั้งจากด้านอุปสงค์และอุปทานจากคู่ค้าและตลาดหลักที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตของภูมิภาค ทั้งนี้ จะเสนอรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนพิจารณาแนวทางดังกล่าวเดือนมี.ค.นี้ นอกจากนี้ คณะทำงานฯ เสนอให้ประเทศสมาชิกอาเซียนสะท้อนมุมมองร่วมกันของอาเซียนในการประชุมองค์การการค้าโลก ครั้งที่ 14 ตลอดจนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการติดตามนโยบายการค้าของประเทศคู่ค้าสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที ที่ประชุมได้หารือทิศทางเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค ซึ่งพบว่าเศรษฐกิจอาเซียนยังคงมีศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง คาดว่าการเติบโตจะอยู่ที่ 4.4% ในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP โลก ที่คาดการณ์ไว้ 3.3% มีปัจจัยบวกจากอุปสงค์ภายในที่ขยายตัว การลงทุนโดยตรงที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค แต่อาเซียนยังคงเผชิญความเสี่ยงจากแนวโน้มกีดกันทางการค้า ความผันผวนทางการเงิน และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจโลก ดังนั้น อาเซียนจึงต้องรักษาบทบาทความเป็นแกนกลางในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายความร่วมมือกับประเทศคู่ค้า เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุน นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารการค้าเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Trade Management) เพื่อเตรียมความพร้อมแก่ประเทศสมาชิกในการกำกับดูแลการค้า และสร้างความน่าเชื่อถือในห่วงโซ่อุปทานของภาคการผลิตสำคัญในอาเซียน โดยสนับสนุนการจัดทำปฏิญญาผู้นำอาเซียนในการแสดงเจตนารมณ์ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เพื่อกำหนดแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของอาเซียนในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป อ่านข่าว: เศรษฐกิจไทย 2568 "วิ่งวิบาก" GDP โตช้าท่ามกลางภาษีสหรัฐฯ-ปะทะชายแดน ISP วิเคราะห์วิกฤตตะวันออกกลาง ปะทะยืดเยื้อ ไทยเสี่ยง GDP เหลือ 1.3% FTA โอกาสรอดบนเวทีการค้าโลก ท่วมกลางความท้าทายกติกาการค้าใหม่