ผู้สร้างโครงการโอเพนซอร์สโวย ผู้ดูแลโครงการเปลี่ยนไลเซนส์โดยอ้างว่าเขียนใหม่ด้วย AI แล้ว

ผู้สร้างโครงการโอเพนซอร์สโวย ผู้ดูแลโครงการเปลี่ยนไลเซนส์โดยอ้างว่าเขียนใหม่ด้วย AI แล้ว Body Mark Pilgrim ผู้สร้างโครงการ chardet ไลบรารีสำหรับตรวจ encoding ของสตริง แสดงความไม่พอใจที่ทีมงานผู้ดูแลโครงการปัจจุบันเปลี่ยนไลเซนส์โครงการในเวอร์ชั่น 7.0.0 เป็น MIT จากเดิมที่โครงการโอเพนซอร์สแบบ LGPL มาตลอด โดยทีมงานผู้ดูแลปัจจุบันอ้างว่าทำได้ เพราะเขียนโครงการขึ้นใหม่ทั้งหมดด้วย AI ข้อถกเถียงหลังจากการประกาศเปลี่ยนไลเซนส์และ Pilgrim มาขอให้เปลี่ยนไลเซนส์กลับแตกออกเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมายมากมาย โดยเฉพาะประเด็นว่านักพัฒนามีสิทธิ์ทำได้หรือไม่ และ chardet เวอร์ชั่น 7.0.0 เป็นงานสร้างสรรค์แยกออกจากเวอร์ชั่นก่อนหน้าหรือไม่ การสร้างซอฟต์แวร์ขึ้นใหม่โดยมี API เหมือนเดิมนั้นในสหรัฐฯ ได้รับความคุ้มครองว่าเป็นการใช้งานที่เป็นธรรม จากแนวทางการวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ (Supreme Court) ใน คดีระหว่างกูเกิลและออราเคิล ที่กูเกิลพัฒนาจาวาเพื่อใช้งานในแอนดรอยด์ขึ้นใหม่ อย่างไรก็ดีการใช้ AI เขียนโค้ดใหม่นั้นอาจจะถูกมองว่าเป็นการใช้เครื่องมือเพื่อแปลงโค้ดเดิมเฉยๆ ทำให้งานที่ได้ยังคงเป็นงานดัดแปลง (derivative work) ของงานเดิม และก่อนหน้านี้ทั้ง สำนักงานลิขสิทธิ์สหรัฐฯ และ ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ก็เห็นตรงกันว่างานจาก AI นั้นไม่มีลิขสิทธิ์ในตัวเอง แต่ต้องมีมนุษย์มีส่วนร่วมในส่วนที่แสดงออกอย่างเพียงพอ Dan Blanchard ผู้ดูแลโครงการปัจจุบันออกมาชี้แจงว่ากระบวนการพัฒนา อาศัยเพียงเอกสารสเปค public API และชุดข้อมูลทดสอบเท่านั้น นอกจากนี้เขายังควบคุมกระบวนการพัฒนาต่อเนื่องไม่ได้ปล่อย Claude ทำงานรวดเดียว จากการตรวจสอบก็ยังพบว่าโค้ดเวอร์ชั่น 7.0.0 มีโครงสร้างต่างจากเวอร์ชั่นก่อนหน้าอย่างมาก มีส่วนที่คล้ายไม่เกิน 1.29% เท่านั้น เหตุผลที่ Blanchard ต้องการเปลี่ยนไลเซนส์โครงการ chardet เพราะต้องการส่งเข้า Python Standard Library แต่จำเป็นต้องใช้ไลเซนส์ MIT หรือ BSD เท่านั้น ที่มา - GitHub: chardet/chardet lew Fri, 06/03/2026 - 13:06