ราคาปุ๋ย+น้ำมันพุ่ง จี้รัฐเร่งออกมาตรการ ปั๊มให้เกษตรกรใช้แกลลอนเติมน้ำมันได้

วันนี้ ( 7 มี.ค.2569) นายอัคคเดช สุวรรณชัย ผู้ประกอบการขนส่งบริษัทเอกชน จ.สมุทรสาคร แสดงความกังวลสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง จะกระทบต่อราคาน้ำมัน จะปรับสูงขึ้นอีกลิตรละ 5-10 บาท หากอยู่ในราคานี้ ผู้ประกอบการยังพอรับได้ แต่หากปรับเพิ่มขึ้นอีก ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์และภาคการส่งออก จำเป็นต้องปรับเพิ่มตามราคาน้ำมัน  ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึงลูกค้าข้ามแดนที่ใช้บริการขนส่งสินค้านำเข้า–ส่งออก ปัจจุบัน บริษัทมีรถบรรทุกมากกว่า 100 คัน / พนักงานเกือบ 200 คน ต้องใช้น้ำมันเฉลี่ยเดือนละ 3-4 แสนลิตร และต้องสำรองน้ำมันไว้อีกประมาณ 3 หมื่นลิตร  หากการสู้รบยืดเยื้อ บริษัทอาจต้องชะลอการลงทุนทั้งหมด ทั้งการซื้อหัวรถและเพิ่มหางรถ จึงเรียกร้องรัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง ขณะที่ จ.ชัยนาท สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บางแห่ง ในอำเภอเมือง ผ่อนปรนให้เกษตรกร นำถังแกลลอนเติมน้ำมันได้ เนื่องจากเกษตรกรจำเป็นต้องสำรองน้ำมัน ใส่แกลลอน เพื่อใช้ในการเกษตร เติมเครื่องสูบน้ำ และเครื่องยนต์การเกษตรต่างๆ ในการทำนา  โดยเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ยืนยันว่า มีน้ำมันเพียงพอให้บริการ ไม่เกิดภาวะขาดแคลน ประชาชนไม่จำเป็นต้องกัดตุนน้ำมันไว้ โดยเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ในอ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ตัดสินใจใช้ปุ๋ยสั่งตัด หรือปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินและชนิดของพืช  เพื่อลดต้นทุนได้ประมาณร้อยละ 30 จากการซื้อปุ๋ยในท้องตลาด เพราะกังวลว่า หากราคาน้ำมันสูงขึ้นอาจทำให้ค่าจ้างรถบรรทุกขนมันปรับสูงขึ้นอีก เพราะมันสำปะหลัง 1 ไร่ ที่ขายได้ 5-7 พันบาท ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 4-6 พันบาท ถ้าต้นทุนสูงขึ้นก็แทบไม่เหลือกำไร เช่นเดียวกับ ชาวนาที่ต.หลุมข้าว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา มีการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ พยายามลดต้นทุนค่าปุ๋ย ด้วยการปลูกต้นปอเทือง เพื่อเพิ่มไนโตรเจนและปรับปรุงดินให้ร่วนซุย  โดยเกษตรกรบอกว่าปีนี้กังวลเรื่องราคาน้ำมัน เพราะแม้ทางกลุ่มจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ซื้อรถไถมาใช้ในกลุ่ม แต่ก็ยังต้องซื้อน้ำมัน และคาดว่าปีนี้อาจต้องปรับขึ้นค่ารถไถ จากไร่ละ 300 บาท เป็น 350 บาท ส่วนค่าไถหว่านยังคิดไร่ละ 200 บาทถือเป็นราคาที่ต่ำ  เพื่อช่วยเหลือชาวนาในกลุ่ม  หากปีนี้ราคาข้าวตกต่ำ ชาวนาที่ไม่สามารถปรับลดต้นทุนค่าปุ๋ยและค่ารถไถได้ จะยิ่งได้รับผลกระทบ นายธวัชชัย ทวีคูณ ชาวนาในต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี บอกว่าได้รับปุ๋ยเคมีที่หน่วยงานราชการที่แจกจ่ายช่วยเหลือภัยน้ำท่วม ซึ่งเก็บไว้สำหรับหว่านข้าวนาปีที่จะเริ่มทำในเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนข้าวนาปรังได้ซื้อปุ๋ยมาหว่านเองแล้วในราคากระสอบละ 870 บาท จากปีที่แล้วราคากระสอบละ 600 กว่าบาท จึงไม่อยากให้ปีนี้ราคาปุ๋ยสูงขึ้นอีก เพราะชาวนาแทบไม่ได้กำไร อ่านข่าว: ปุ๋ยยูเรียมีเพียงพอ พาณิชย์ เข้มร้านค้า ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ลดราคาปุ๋ย 10 ล้านกระสอบ 79 สูตร หนุนชาวนา-เกษตรกรรับฤดูกาลเพาะปลูก