ทิ้งหมัดเข้ามุม – อย่าดูแคลนปัญหา

ไม่ใช่เรื่องที่จะนิ่งนอนใจได้จริงๆ สำหรับสถานการณ์ปะทะเดือดระหว่างอิสราเอล และพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่นับวันจะทวีความรุนแรง และดูจะไม่จบลงง่ายๆ เหมือนที่สหรัฐลงมือกับเวเนซุเอลา เนื่องจากอิหร่าน ก็ยังไม่ยอมจำนน ต่อสู้ตอบโต้ และปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมัน อันอาจนำมาซึ่งวิกฤตพลังงานได้ แน่นอนประเทศไทยที่เป็นประเทศเล็ก แม้จะไม่ได้รับผลกระทบในเชิงสงครามโดยตรง แต่ก็ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องพลังงานโดยเฉพาะน้ำมัน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการขนส่ง และหมายถึงราคาสินค้าจะขยับเพิ่มหรือไม่ก็อยู่ที่ต้นทุนพลังงานส่วนนี้ ยังไม่นับว่าหากยืดเยื้อยาวนานจะยิ่งขาดแคลน ที่แม้ราคาจะพุ่งสูงก็ยังไม่สามารถหาสินค้ามาตอบสนองความต้องการได้ และอาจจะลามไปในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปุ๋ยที่มาจากปิโตรเคมี พลังงานอย่างไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ ที่จะส่งผลกระทบกันเป็นลูกโซ่ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องให้น้ำหนักกับเรื่องนี้ให้จงมาก เพราะแม้จะเพิ่งผ่านเลือกตั้ง แต่ด้วยการเป็นรัฐบาลรักษาการอยู่แล้วย่อมมีอำนาจเต็มในการผลักดันแนวทางแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา อย่างน้อยประสบการณ์ตอนช่วงเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ในเหตุการณ์โควิดระบาด หรือการเป็นนายกฯและรมว.มหาดไทย ช่วงน้ำท่วมหนักหาดใหญ่ ก็น่าจะเป็นบทเรียนให้ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากดูแคลนสถานการณ์ ผลงานในอดีตก็เป็นที่ประจักษ์!! ยิ่งตอนนี้ รัฐบาลภูมิใจไทยมีความเข้มแข็ง ได้รับการเลือกตั้งมาถึง 191 เสียง การตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นก็เห็นได้ว่ารัฐมนตรีสำคัญๆ ส่วนใหญ่เป็นของภูมิใจไทยทั้งนั้น ยิ่งโฆษณาว่านักบริหารมืออาชีพเต็มพรรค ความรับผิดชอบยิ่งเต็มไม้เต็มมือ เพราะหากพลาดพลั้งครั้งนี้ ธุรกิจและชีวิตของประชาชนต้องอยู่กับความสุ่มเสี่ยง ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ต้องผิดหวังเลยจริงๆ!! รุก กลางกระดาน