คนไทยชุดแรก 62 อพยพจากอิหร่านถึงตุรกีอย่างปลอดภัย กลับไทย 8-9 มี.ค.

วันนี้ (8 มี.ค.2569) กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า คนไทยอพยพชุดแรกจากอิหร่านเดินทางถึงตุรกี แล้ว เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 มี.ค. 2569 เวลา 18.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นตุรกี (ช้ากว่าไทย 4 ชม.) เจ้าหน้าที่จุดผ่านแดน Kapikoy ได้อำนวยความสะดวกให้แก่คณะจากกรมการกงสุลนำโดยนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา นำโดย น.ส.พัณณ์ชิตา รมยานนท์ อุปทูต รับคณะคนไทยกลุ่มแรก จำนวน 62 คน นำโดย น.ส.ชญานิษฐ์ ประเสริฐผล ที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ซึ่งออกจากอิหร่านผ่านจุดผ่านแดน Razi มายังด่าน Kapikoy ของตุรกีด้วยความปลอดภัย ศูนย์ปฏิบัติการฯ ได้จัดเตรียมที่พัก อาหาร ถุงยังชีพ และสิ่งจำเป็นต่าง ๆ ให้กับคนไทยที่อพยพออกจากอิหร่าน ในระหว่างที่พำนัก อยู่ในเมืองวานเพื่อรอออกเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป ในวันที่ 8 และ 9 มี.ค. 2569 โดยการอพยพคนไทยในอิหร่านครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลไทยในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย กระทรวงการต่างประเทศขอบคุณฝ่ายอิหร่านและ ตุรกีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่คณะคนไทยอพยพ และขอส่งความห่วงใยไปยังทุกท่านและขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางติดตามข่าวสารและประกาศจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด สำหรับคนไทยในประเทศไทยโปรดติดตามความคืบหน้าที่เพจ กรมการกงสุล หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อ Call Center กรมการกงสุล 0-2572-8442 สายด่วนกองคุ้มครองฯ (Hotlines) 096-216-1837 096-183-6736 064-564-7573 ด้าน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ทูตแรงงานได้ประสานกับคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับ แต่ขณะนี้มีส่วนน้อยที่ต้องการเดินทางกลับ เนื่องจากการสู้รบส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ทางทหาร ภาพรวมมีแรงงานไทยที่ต้องการเดินทางกลับไม่เกิน 200 คน และจะทยอยเดินทางกลับในช่วงวันที่ 7 และ 10 มี.ค.นี้ แรงงานไทยในอิสราเอลยังไม่ขอกลับ เหตุยังปลอดภัย ขณะเดียวกัน แรงงานไทยในพื้นที่สู้รบ หลายคนยอมรับว่ายังไม่อยากเดินทางกลับ เพราะเพิ่งจะมาทำงานได้นาน ยังไม่ครบสัญญาและยังมีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านนาคำเหนือ ต.ศรีบุญเรือง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู พูดคุยกับครอบครัวนายปวิธาน วรจักร ที่เพิ่งจะเดินทางไปทำงานรับจ้างเก็บผลไม้ในอิสราเอล ได้เพียง 4 เดือน แม่นายปวิธาน ก็ได้วิดีโอคอลพูดคุยกับลูกชาย โดยลูกชายเล่าว่า จุดที่ตนทำงานมีแรงงานไทยกว่า 10 คน อยู่ใกล้ชายแดนเลบานอน ห่างจากพื้นที่สู้รบประมาณ 20 กิโลเมตร ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในช่วงหยุดยิง ทำให้ครอบครัวคลายความกังวลลงไปได้บ้าง นายปวิธาน ยืนยันว่า ยังไม่ต้องการเดินทางกลับในเวลานี้ เพราะเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน อีกทั้งยังต้องทำงานเพื่อปลดหนี้และส่งเงินเลี้ยงดูครอบครัว ทีมข่าวยังได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับแรงงานบางคน ที่ทำงานใกล้กับเมืองเทลอาวีฟของอิสราเอล ได้ข้อมูลว่า แรงงานชาวไทยยังคงทำงานที่แปลงเกษตรตามปกติ เพราะช่วงกลางวันการสู้รบจะไม่ถี่เหมือนกลางคืน และแคมป์คนงานอยู่ไม่ห่างจากหลุมหลบภัย หากมีเสียงไซเรนเตือนก็ใช้เวลาไม่ถึง 3-4 นาที จะถึงบังเกอร์ แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ท่ามกลางความเสี่ยง แต่เมื่อแลกกับค่าแรงที่สูงถึงเดือนละ 60,000–70,000 บาท ก็บอกตรงกันว่า "คุ้ม" ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน "ทรัมป์" เหน็บอังกฤษ ระบุ "สหรัฐฯไม่ต้องการประเทศที่เข้าร่วมสงครามหลังเราชนะแล้ว" "เนทันยาฮู" เรียกร้อง IRGC วางอาวุธ ย้ำผู้ยอมจำนนจะไม่ถูกทำร้าย