"ทักษิณ" ในมือ "เพื่อไทย" จบยุคเคยใหญ่ ใต้ร่มเงา "รัฐบาลสีน้ำเงิน"

อีก 2 เดือน อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” วัย 77 ปี ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นเวลา 6 เดือนก็จะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ในวันที่ 10 พ.ค. 2569  และถัดจากนั้นอีกวันหนึ่ง ( 11 พ.ค. 2569) ก็จะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ หลังศาลฎีกามีคำสั่งบังคับโทษเมื่อวันที่ 9 ก.ย.2568 เป็นเวลา 1 ปี หากดูไทมไลน์การเมืองและการปล่อยตัว “ทักษิณ” แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการตั้ง “รัฐบาลภูมิใจไทย” แต่อาจคาบเกี่ยว มีการประเมินว่า หลังเสร็จขึ้นตอนรัฐพิธีเปิดประชุมสภาอย่างเป็นทางวันที่ 15 มี.ค.นี้ จะเข้าสู่กระบวนการและขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง หากได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่งจำนวน 250 เสียง จากทั้งหมด 500 เสียง ซึ่งขณะนี้ “ค่ายสีน้ำเงิน” มีคะแนนเสียงรัฐบาลผสมตุนไว้แล้วจำนวน 292 เสียง ระหว่างนี้ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคแกนนำที่ต้องร่วมกันเสนอรายชื่อรัฐมนตรีและตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งครม. เพื่อให้รัฐบาลใหม่สามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้ในช่วงปลายเดือนเม.ย. หรืออย่างช้าสุดช่วงต้นเดือนพ.ค. 2569 ก่อนจะเข้าบริหารประเทศเต็มรูปแบบ สำหรับเก้าอี้รัฐมนตรี ตามสัดส่วนของ “ค่ายน้ำเงิน” ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง โดยมีกระทรวงหลัก ๆ สำคัญด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬากระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม  กระทรวงการต่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงพลังงาน  กระทรวงยุติธรรม  กระทรวงวัฒนธรรม  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีสส.76 คน แบ่งตามโควตา ได้ 8 คน 9 เก้าอี้ ประกอบด้วยตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีช่วยอีก 3 ตำแหน่ง มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยระบุว่า แม้จะข้อถกเถียงภายในพรรค ฯ แต่ตำแหน่งที่นิ่งแล้วคือรัฐมนตรีหลัก  5 เก้าอี้ มี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ผอ.การเลือกตั้งพรรค ฯ จะนั่งควบรองนายกฯและเก้าอี้รมว.เกษตรและสหกรณ์ ขณะที่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จะนั่งในตำแหน่งรมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่วน “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นั่งรมว.แรงงาน และ ”บ้านใหญ่โคราช” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล จะได้นั่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เช่นเดียวกับ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย คาดได้นั่ง รมว.ศึกษาธิการ แม้สะเก็ดคดีพิเศษที่ 148/ 2568 คดีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ภายใต้โครงการ Worldcoin ยุคนั่งเก้าอี้รมว.ดีอี รัฐบาลเพื่อไทย จะยังไม่สะเด็ดน้ำ โดยโบ้ยว่า ผู้แนะนำกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ให้ทำ MOU คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม  อีกทั้งยังมีเรื่องถูกป.ป.ช. ตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้งปี 2568 แม้ทั้ง 2 คดีจะอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของดีเอสไอและป.ป.ช. และยังไม่ได้ชี้มูลความผิดใครทั้งสิ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ าการมีชื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกรอบ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยังไม่รวมอีก 3 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วย ซึ่งมีผู้ท้าชิงถึง 7 คน ทั้งโควตาบ้านใหญ่สกลนคร พัฒนา สัพโส บ้านใหญ่สกลนคร , เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย ศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี 2 สมัย ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย 2 สมัย และ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมทั้งโควตากลาง ศึกษิษฐ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ ธีราภา ไพโรหกุล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง มีรายงานว่าวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.2569) ทางพรรคเพื่อไทยจะนำรายชื่อรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยมาส่งให้ "อนุทิน"นายกฯที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เวลา 13.30 น.โดยรายชื่อที่เสนอมาเกินกว่าตำแหน่งที่ได้รับ เนื่องจากต้องส่งให้สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตรวจสอบคุณสมบัติตามบรรทัดฐานใหม่ของศาลรัฐธรรมนูญ กลับมาที่อดีตนายกฯ “ทักษิณ” แม้ครอบครัวชินวัตร “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า บิดาได้ส่งสัญญาณลามือทางการเมืองแล้ว โดยอาจเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ แต่หากพิจารณาเงื่อนไขการพักโทษของกรมราชทัณฑ์ แม้อดีตนายกฯ ไม่ต้องใส่กำไลอีเอ็ม แต่ยังต้องไปรายงานตัวตามกำหนดนัดกับทางสำนักงานคุมประพฤติ กระทรงงยุติธรรม หลังครบเวลารับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 หรือ 8 เดือน “ทักษิณ” จะเหลือการพักโทษคุมประพฤติอีก 4 เดือน จึงจะครบตามกำหนดโทษ 1 ปี  ในวันที่ 9 ก.ย. 2569 เมื่อครบกำหนด จึงจะได้รับใบบริสุทธิ์พ้นโทษจากเรือนจำ  ทว่าคดีความยังไม่สิ้นสุด เนื่องจาก “ทักษิณ” ยังมีคดีชั้น14 ความผิดฐานสมรู้ร่วมคิด ในการย้ายตัวไปโรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่ “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกฯ ก็ยังมีคดีรอต่อคิว ไม่ว่าจะสมัครใจวางมือ หรือถูกมัดมือชก ทางการเมือง “ตระกูลชินวัตร” และพรรคเพื่อไทย อาจยากฟื้นคืนความนิยม หากวัดจากผลการเลือกตั้งและจำนวนสส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา เป็นตัวชี้ขาด ถือเป็นการ “จบยุค” เคยใหญ่ ในรัฐบาลสีน้ำเงินหรือไม่ อนาคตจะจตอบคำถาม อ่านข่าว สกัดใคร? ออกหมายจับ "เบน สมิธ" เกมภูมิใจไทย “เตะตัดขา” จับกระแสการเมือง : วันที่ 27 ก.พ.2568 สยบข่าว ดีลฉกงูเขียวกล้าธรรม คดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนทองคำ ป.ป.ช.พ่นพิษ เบื้องลึก! ปลิดทิ้ง "ไทรวมพลัง" ปูนบำเหน็จ "เลือดใหม่" ภูมิใจไทย