ปตท.ชี้ความต้องการน้ำมันพุ่ง 2-3 เท่า ปรับแผนจัดหาน้ำมันดิบ-LNG

วันนี้ (16 มี.ค.2569) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยภายหลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการจัดหาพลังงานในตลาดโลก ว่า ปตท.และบริษัทในกลุ่มได้ติดตาม วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้ปรับแผนบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ บริษัท ปตท.ฯ กล่าวถึงการจัดหาน้ำมันดิบ ว่า ได้บริหารจัดการโดยเปลี่ยนท่าเรือรับผลิตภัณฑ์นอกช่องแคบฮอร์มุซและปรับแผนจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ๆ ทั่วโลกมาเพิ่มเติม เช่น จากทางแอฟริกา อเมริกา พร้อมประสานงานกับพันธมิตรทางการค้า โดยยืนยันแผนการส่งมอบที่ชัดเจนและยังคงจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ซึ่งมีกำลังการผลิตกว่า 60% ของประเทศ สามารถผลิตได้ตามแผน ส่วนการจัดหาก๊าซธรรมชาติ ได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและเมียนมาผลิตก๊าซธรรมชาติเต็มกำลัง และเลื่อนกำหนดการซ่อมบำรุงประจำปีออกไปก่อน พร้อมจัดหา Spot LNG เพิ่มเติม ตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มอบหมาย เพื่อทดแทนปริมาณก๊าซ LNG ที่ขาดหายไป บริษัท ปตท.ฯ ยังย้ำว่า สถานีบริการน้ำมัน คลังน้ำมัน เปิดทำการตลอด 7 วัน โดยได้ระดมรถขนส่งน้ำมันมายังสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง แต่ละรอบใช้เวลา 12-24 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับระยะทาง ซึ่งจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติในช่วงนี้ ปริมาณจำหน่ายในสถานีบริการ PTT Station เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ทำให้รอบขนส่งต้องเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บางสถานีบริการไม่มีน้ำมันจำหน่ายในบางช่วงเวลา นอกจากนี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ได้ประสานทุกหน่วยเพื่อบริหารจัดการรองรับความต้องการอย่างเต็มที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและหลีกเลี่ยงการกักตุน อ่านข่าว นายกฯ​ ถกทีม ศก.รับมือ​วิกฤตพลังงาน "เอกนิติ" ยังไม่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน กรมธุรกิจพลังงาน ตรวจสต็อกน้ำมัน 53 แห่ง ยันมีเพียงพอใช้ในประเทศ ก่อสร้างสะเทือน ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง สนค. เผยดัชนีวัสดุก่อสร้างขึ้น