KKP แนะรัฐอุ้มดีเซลเฉพาะกลุ่ม ผวาสงครามยืด ฉุด จีดีพีต่ำ 0.7% นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร หรือ ( KKP) เปิดเผยว่า แนวทางการจัดการราคาน้ำมันของภาครัฐที่ใช้วิธีอุดหนุนราคาท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางนั้น มองว่าควรปล่อยให้ราคาปรับตัวตามกลไกตลาดมากขึ้นควบคู่ไปกับการปรับรูปแบบการช่วยเหลือแบบเจาะจงมากกว่าเหมารวม “ การตรึงราคาดีเซลไว้ที่ระดับต่ำเกินไป ที่ 30 บาท/ลิตร ขณะที่ราคาจริง 48 บาท/ลิตร ทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการประหยัดพลังงาน แนวทางที่เหมาะสมคือ ทยอยปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้ผู้บริโภคเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ” ขณะที่การอุดหนุนแบบเหมารวมนั้น บิดเบือนและสร้างภาระทางการคลังสูงมาก เฉพาะดีเซลต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึงกว่า 1,000 ล้านบาทต่อวัน โดยในช่วงปี 2022 – 2023 ภาระของกองทุนน้ำมันเคยขึ้นไปสูงสุดถึง 130,000 ล้านบาท เนื่องจากราคาพลังงานในตลาดโลกสูงกว่าราคาขายปลีกในประเทศมาก ดังนั้นควรอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม เช่น ช่วยกลุ่มที่เปราะบางหรือผู้ที่มีรายได้น้อย เพื่อช่วยลดภาระหนี้สาธารณะและกองทุนน้ำมัน นอกจากนี้ ภาครัฐควรมีมาตรการส่งเสริมเรื่องพลังงานในระยะยาว เพราะไทยเป็นประเทศพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูงมากที่สุดในภูมิภาค มากกว่า 6% ของจีดีพี และมีผลกระทบมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ดังนั้นภาครัฐควรส่งเสริมให้เกิดการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า เช่น […]