ล็อก 8 สินค้า สกัดของแพง “ศุภจี” ย้ำ ขึ้นราคาต้องขออนุญาต

วันนี้ (18 มี.ค.2569)   นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์  เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลราคาสินค้าและผลกระทบต่อประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยดำเนินมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและประชาชน  โดยปัจจุบันสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้สร้างความกังวลต่อทั้งผู้ประกอบการและประชาชน  ทำให้ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง คำนึงถึงความเป็นอยู่ปากท้องของประชาชนโดยการตรึงราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 15 วันและได้มีการประกาศเพดานราคาน้ำมันดีเซลอีกระยะหนึ่งอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร และจะมีการทยอยปรับขึ้นพรุ่งนี้ 50 สตางค์ต่อลิตร (18 มี.ค.69) ทำให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับที่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในขณะนี้ ปัจจุบันมีสินค้าควบคุม 8 รายการ ตัวอย่างสินค้าเช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ ซึ่งหากจะปรับราคาต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับราคา ขณะเดียวกัน สินค้าควบคุมในหมวดที่ต้องแจ้งราคาสินค้าเมื่อมีการปรับขึ้นราคา เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า แชมพู และน้ำยาล้างจาน รวมถึงสินค้าที่อยู่ในกลุ่มติดตามราคา เช่น ข้าวสารบรรจุถุง น้ำปลา และซอสปรุงรส ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเสนอขอปรับขึ้นราคาเช่นกัน โดยหากมีการปรับราคา กระทรวงจะเข้าไปหารือและขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนพลังงานยังไม่ได้ปรับเพิ่มในระดับสูง หากประชาชนพบเห็นการขึ้นราคาสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569 กระทรวงจะเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการทันที นอกจากนี้ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก โดยใช้กลไกคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาทบทวนรายการสินค้าควบคุมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน (ประชาพิจารณ์) เพื่อพิจารณาเพิ่มสินค้าที่จำเป็นเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุมในช่วงวิกฤต ได้หารือกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ในการจัดทำสินค้าราคาพิเศษ กระจายไปยังผู้ค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงการดำเนินโครงการ ธงฟ้า ในพื้นที่เปราะบาง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะดำเนินการอย่างสมดุลควบคู่กับการดูแลผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ไม่ให้ได้รับผลกระทบ รวมถึงมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดติดตามดูแลกำกับ ตรวจสอบราคาสินค้าและการกักตุนร่วมกับคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นางศุภจี กล่าวอีกว่าในส่วนของภาคการเกษตรยืนยันว่าไทยมีสต๊อกปุ๋ยเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม และหากสามารถนำเข้าสินค้าที่ค้างส่งจากตะวันออกกลางได้ จะเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม โดยกระทรวงอยู่ระหว่างประสานงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการขนส่ง โดยได้เตรียมมาตรการรองรับหากราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น โดยจะขยายโครงการธงเขียว เพื่อลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความต้องการให้ลดภาระแก่เกษตรกร รวมถึงร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมการปรับสูตรปุ๋ยให้ลดพึ่งพาการใช้วัตถุดิบนำเข้า และสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือกเพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาคุณภาพดินในระยะยาว สำหรับกรณีความกังวลเรื่องวัตถุดิบเม็ดพลาสติก จากการหารือกับผู้ผลิตรายใหญ่ พบว่าปัจจุบันสามารถหาแหล่งวัตถุดิบนำเข้าเพิ่มขึ้นทำให้มีความเพียงพอสำหรับการผลิตได้อีกประมาณ 4 เดือน และอยู่ระหว่างการหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศอื่น เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต นอกจากนี้ กระทรวงฯยังเตรียมหาแหล่งนำเข้าสินค้าทดแทน ทั้งในส่วนของปุ๋ยและวัตถุดิบอื่น ๆ จากประเทศในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย บรูไน และประเทศอื่น ๆ นอกตะวันออกกลาง เพื่อเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีสินค้าอุปโภคบริโภครายการใดจำเป็นต้องปรับขึ้นราคา หากพบพฤติกรรมไม่เป็นธรรม ขอให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส โดยเฉพาะกรณีจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับป้ายราคา ซึ่งหากมีหลักฐานชัดเจน กระทรวงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งโทษทางอาญาและการปรับ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากมีการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนหรือราคาพลังงาน จะมีการออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกรอย่างทันท่วงที อ่านข่าว: "ศุภจี" คุมราคาสินค้า​ 59 รายการ​ ย้ำสินค้าสต็อก​เดิมห้ามขึ้นราคา สั่งตรึงราคาสินค้าควบคุม จับตา 6 กลุ่มสินค้าเสี่ยงได้รับผลกระทบ ขัดแย้งตะวันออกกลาง ดันราคาพลังงานไทยพุ่ง เกียรตินาคินฯปรับ GDPไทย 1.8%