ศบก.เตือนตะวันออกกลางยังวิกฤต ขอคนไทยพื้นที่เสี่ยงอพยพโดยเร็วที่สุด

วันนี้ (18 มี.ค.2569) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์การสู้รบยังคงทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง โดยมีรายงานการโจมตีเลบานอนจากอิสราเอล รวมถึงการโจมตีในอิหร่านจากอิสราเอลและสหรัฐ ขณะที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังคงถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นได้ สำหรับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะนี้ยังคงปิดอยู่ ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาน้ำมันโลก นอกจากนี้ สื่อของรัฐบาลอิหร่าน ยืนยันการเสียชีวิตของเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน และผู้บัญชาการกองกำลังภายใต้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม กระทรวงการต่างประเทศยังคงขอให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อกับหน่วยงานไทย ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศคูเวต และรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.จอร์แดน เพื่อขอบคุณที่ช่วยดูแลคนไทยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศ โดยเฉพาะจอร์แดนซึ่งเป็นจุดสำคัญในการเดินทางกลับไทย ขณะเดียวกัน ไทยได้ย้ำการสนับสนุนมิตรประเทศในภูมิภาค และผลักดันความพยายามทางการทูตเพื่อให้เกิดสันติภาพโดยเร็ว สำหรับสถานการณ์ในอิหร่าน ล่าสุดมีคนไทย 2 คน เดินทางออกจากอิหร่านข้ามพรมแดนไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี เรียบร้อยแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวให้การดูแล และมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) นอกจากนี้ ยังมีแผนอพยพคนไทยออกจากอิหร่านเพิ่มเติมในวันที่ 25 มี.ค.2569 โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานทั้งในพื้นที่และบริเวณด่านชายแดนตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางทางบกไปขึ้นเครื่องบินที่ตุรกี กระทรวงการต่างประเทศ ยังขอให้คนไทยในอิหร่านติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการอย่างใกล้ชิด และผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับให้รีบลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ มีการประเมินว่าสถานการณ์การโจมตีระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวัง และปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดเมื่อมีสัญญาณเตือนภัย ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในตะวันออกกลางยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวก และจัดหาสิ่งของจำเป็น พร้อมประสานสายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือคนไทยเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย ทั้งทางอากาศและทางบกผ่านประเทศที่สาม อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศแล้วรวม 1,149 คนแล้ว อ่านข่าว : "ทรัมป์" สวนกลับ ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายฯ ลาออก ยันอิหร่านเป็นภัยคุกคาม "บวรศักดิ์" ชี้ช่อง "ครม.ชุดใหม่" มีอำนาจเต็มแก้วิกฤตพลังงาน อิหร่านยืนยัน "อาลี ลาริจานี" เลขาฯ สภาความมั่นคงถูกลอบสังหาร