วันนี้ (19 มี.ค.2569) เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจากทั่วประเทศ ที่ประสบปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด รวมตัวกันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยื่นหนังสือต่อ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คัดค้านร่างหลักเกณฑ์โครงการนมโรงเรียนปี 2569 ที่มีการปรับเปลี่ยนการจัดสรรโควตาใหม่ กำหนดสัดส่วนการจำหน่ายนมให้กลุ่มสหกรณ์และรัฐวิสาหกิจ 70% และเหลือให้ผู้ประกอบการเอกชน 30% นายนที โดดสูงเนิน นายกสมาคมโคนมก้าวหน้า ระบุว่า การจัดสรรโควตาดังกล่าว อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และกีดกันผู้ประกอบการบางส่วนทำให้น้ำนมดิบของเกษตรกรไม่มีตลาดรองรับ และประสบปัญหาล้นตลาดกว่า 769 ตันต่อวัน พร้อมเรียกร้องให้ คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อให้ซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรมากขึ้น แต่ในมุมมองของนายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า สิ่งเร่งด่วนที่ต้องการเห็นจากรัฐบาลชุดใหม่ คือ ความชัดเจนในการรับมือ และแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ นายบุรินทร์ ยังเตือนให้ระวังในการที่รัฐบาล พยายามใช้นโยบายตรึงราคาพลังงาน และการแทรกแซงตลาด อาจกระทบต่อภาระทางการคลังในระยะยาว พร้อมประเมินว่า ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กดดันเศรษฐกิจไทยปีนี้ ขยายตัวเพียง 1.9% แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยอาจติดลบเพิ่ม 0.2% - 0.7% “ปรับลดราคานมสด” คนเลี้ยงโคนมเสี่ยงขาดทุน ในยุคนำเข้านมผงเสรี พณ.หารือสหกรณ์โคนม แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้น ดันเปิดตลาดในมาเลเซีย เจรจา 3 ชม.สำเร็จ อ.ส.ค.รับซื้อน้ำนมค้างสต๊อก สหกรณ์ยกเลิกปิดถนนเทนมทิ้ง “สหกรณ์หนองโพฯ” ซื้อนมล้นช่วยเกษตรกร แต่โควตานมโรงเรียนลด สหกรณ์ฯ แม่ทา แจกน้ำนมดิบให้ชาวบ้านฟรี หลังรับเงื่อนไขการขายไม่ได้