วันที่ 21 ศึกตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ทุ่มอีก 2 แสนล้านเสริมสมรรถนะกองทัพ

วันนี้ (20 มี.ค.2569) CNN รายงาน สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน กำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของสัปดาห์ที่ 3 หรือวันที่ 21 ของความขัดแย้ง สถานการณ์โดยรวมยังคงตึงเครียดและซับซ้อน แม้จะเริ่มปรากฏสัญญาณผ่อนคลายบางประการจากฝั่งอิสราเอล แต่การตอบโต้อย่างต่อเนื่องของอิหร่านยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลก เส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ และความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกแถลงการณ์ชัดเจนว่า อิสราเอลจะปฏิบัติตามคำเรียกร้องของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ไม่ให้โจมตีซ้ำโรงงานพลังงานสำคัญของอิหร่านอีก โดยเฉพาะแหล่งก๊าซเซาท์ พาร์ส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนทันยาฮูระบุว่าการโจมตีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (18 มี.ค.) ซึ่งมุ่งเป้าไปยังโรงงานที่เชื่อมโยงกับแหล่งก๊าซดังกล่าว เป็นการดำเนินการของอิสราเอลฝ่ายเดียว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากทั้งสหรัฐฯ และ อิสราเอล ได้โต้แย้งคำกล่าวของทรัมป์ที่อ้างว่า "สหรัฐฯ ไม่ทราบเรื่องใด ๆ" เกี่ยวกับการโจมตีครั้งนั้น ทำให้เกิดคำถามถึงระดับความร่วมมือระหว่าง 2 พันธมิตรหลัก ในด้านตลาดพลังงาน การตอบโต้ของอิหร่านด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอิสราเอลและกาตาร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับ 115 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนความขัดแย้ง นักวิเคราะห์เตือนว่าราคาน้ำมันและน้ำมันเบนซินสำหรับผู้บริโภคอาจยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกหลายสัปดาห์ เนื่องจากความไม่แน่นอนในภูมิภาคยังคงมีสูง และการรบกวนห่วงโซ่อุปทานพลังงานยังไม่คลี่คลาย สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและถูกอิหร่านควบคุมอย่างเข้มงวด องค์การทางทะเลแห่งสหประชาชาติ (IMO) ประกาศว่าจะเริ่มเจรจากับประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้ง "Humanitarian corridor" หรือเส้นทางมนุษยธรรม เพื่อช่วยเหลือลูกเรือประมาณ 20,000 คนที่ติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตาม องค์กรดังกล่าวยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนในการเริ่มการเจรจา หรือว่าอิหร่านจะให้ความร่วมมือหรือไม่ ขณะที่สหราชอาณาจักรได้ส่งทีมวางแผนทหารไปร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อจัดทำแผนร่วมที่เป็นไปได้ ในการเปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นความพยายามเร่งด่วนของนานาชาติเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจระดับโลก ด้านการเงินและการสนับสนุนทางทหาร ปธน.ทรัมป์ ได้ขอเงินงบประมาณเพิ่มเติมให้กระทรวงกลาโหมอีก 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเรียกว่านี่เป็น "ราคาที่เล็กน้อยมาก" เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพในการรับมือกับความขัดแย้งในระยะยาว นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังใช้มาตรการเลี่ยงสภาคองเกรส เพื่อเร่งขายอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวต ซึ่งเป็นพันธมิตรในอ่าวที่กำลังรับผลกระทบหนักจากการตอบโต้ของอิหร่าน การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการเสริมสร้างแนวร่วมในภูมิภาคท่ามกลางวิกฤตที่กำลังลุกลาม ด้านการทูต ทรัมป์สร้างความฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ทำไมจึงไม่แจ้งพันธมิตรอย่างญี่ปุ่นล่วงหน้าก่อนโจมตีอิหร่าน โดยกล่าวหยอกล้อถึงการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะนั่งเคียงข้างนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งถือเป็นการทำลายบรรทัดฐานทางการทูตที่ผู้นำสหรัฐฯ เคยหลีกเลี่ยงมานานกว่า 80 ปี และสร้างความอึดอัดในความสัมพันธ์กับพันธมิตรเอเชีย สถานการณ์ภาคพื้นดินยังคงรุนแรงและอันตราย เช้าวันนี้ ประเทศในตะวันออกกลางหลายแห่ง อิหร่าน อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และคูเวต ได้สกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธจำนวนมาก การโจมตีเกิดขึ้นท่ามกลางเทศกาลอีฎิ้ลฟิตริที่ชาวมุสลิมทั่วภูมิภาคเฉลิมฉลองเพื่อสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ซึ่งทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด นอกจากนี้ เครื่องบินรบ F-35 ของสหรัฐฯ ได้รับความเสียหายจนต้องลงจอดฉุกเฉินที่ฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หลังถูกยิงด้วยสิ่งที่เชื่อว่าเป็นการยิงจากฝั่งอิหร่าน แหล่งข่าวแจ้ง CNN ว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่านักบินอยู่ในอาการทรงตัวและปลอดภัย ปธน.ทรัมป์ ปฏิเสธรายงานของ Reuters ที่อ้างว่ากำลังพิจารณาส่งทหารสหรัฐฯ หลายพันนายไปตะวันออกกลาง โดยกล่าวว่า "ไม่ได้ส่งทหาร" แต่เสริมว่า "ถ้าส่ง ก็คงไม่บอกคุณอยู่แล้ว" ซึ่งสร้างความกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางของความขัดแย้ง ด้านความสูญเสีย สื่อรัฐของอิหร่านอ้างข้อมูลจากสภากาชาดอิหร่านว่า มีพลเรือนอิหร่านได้รับบาดเจ็บมากกว่า 18,000 คนนับตั้งแต่ความขัดแย้งรอบล่าสุดเริ่มต้น ขณะที่ในเลบานอน ยอดผู้เสียชีวิตเกิน 1,000 คนแล้ว มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกจำนวนมากทั่วภูมิภาค รวมถึงทหารสหรัฐฯ และพลเรือนต่างชาติ สถานการณ์โดยรวมยังคงเปราะบาง โดยนานาชาติ โดยเฉพาะ UN และประเทศพันธมิตร กำลังเร่งหาทางลดระดับความรุนแรงและเปิดช่องทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง ก่อนที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรมจะลุกลามไปไกลกว่านี้ อ่านข่าวอื่น : "ใครจะรู้เรื่องเซอร์ไพรส์ดีเท่าญี่ปุ่น" ทรัมป์พาดพิง "เพิร์ลฮาร์เบอร์" ต่อหน้าทาคาอิชิ "อิสราเอล" รับลงมือโจมตีแหล่งพลังงานอิหร่าน ไม่เกี่ยวสหรัฐฯ "กาตาร์-ตุรกี" เรียกร้องอิหร่านหยุดโจมตีพลังงาน ย้ำมีสิทธิ์ตอบโต้ตามกฎหมาย ทำไมอิหร่านยังสู้ ? เบื้องหลังยุทธศาสตร์ "ยืดสงคราม" แม้ถูกโจมตีหนัก