"อนุทิน" ลงนามตั้ง 'พิพัฒน์' คุมเข้มผู้ค้าแก้วิกฤตน้ำมัน ป้องกันภาวะขาดแคลน

วันนี้ (20 มี.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื้อหาระบุว่า โดยที่ความขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นและไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงได้โดยง่ายส่งผลกระทบต่อทั้งการผลิตและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากตะวันออกกลาง อันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญของโลก ปริมาณสินค้าดังกล่าว ที่ลดน้อยลง อย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้ราคาเพิ่ม สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันเชื้อ ก๊าซธรรมชาติ รับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก จึงได้รับผลกระทบโดยตรง อีกทั้งในห้วงเวลาที่ผ่านมาสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและคลังน้ำมันจำนวนมาก ไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงจำหน่าย เกิดความเดือดร้อน แก่ประชาชน และผู้ประกอบธุรกิจ จึงเป็นกรณีที่มีความฉุกเฉิน และจำเป็น โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ต้องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไข และป้องกันการขาดแคลน น้ำมันเชื้อเพลิง จึงอาศัยมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนด แก้ไขและป้องกัน ภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ 2516 ดังต่อไปนี้ ข้อ 1. คำสั่งนี้ให้มีผลตั้งแต่ประกาศใช้ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 2 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้ (1) ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันกาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 (2) ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้สถานประกอบการของผู้ค้านั้น แต่ละรายในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป และรายงานให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบทุกครั้งที่มี การปรับราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (3) ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณ การจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าและปริมาณที่ขายให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายใน เวลา 18.00 น. ของทุกวัน (4) ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2553 ซึ่งมิได้เป็นโรงกลั่นน้ำมัน ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน (5) การรายงานตาม (2) (3) และ (4) ให้เป็นไปตามรูปแบบที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กำหนด และส่งไปที่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ datapmo@doebonline.doeb.go.th ข้อ 3 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ดำเนินการตามข้อ 2 (2) (3) (4) และ (5) ด้วย ข้อ 4 มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้เป็นไป เพื่อประโยชน์ในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานแจ้ง ข้อมูลตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้แก่บุคคลตามวรรคหนึ่งทราบทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ข้อ 5 ให้รองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ "กำนันป้อ" เข้ารับทราบข้อกล่าวหา บุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” ตะวันออกกลางยังตึงเครียด กต.เตือนคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง อพยพแล้วกว่า 1,200 คน อย. ย้ำ ยาไม่ขาด รพ.จำกัดจ่าย 1 เดือน เป็นเพียงแผนสำรองรับวิกฤต