วันนี้ (22 มี.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการคาดการณ์ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำชื่อรัฐมนตรี "ครม.อนุทิน 2" ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายได้ ภายในวันที่ 24 มี.ค.นี้ และคาดการณ์ว่าปลายสัปดาห์หน้า ครม.ใหม่ จะเข้ารับหน้าที่ได้ และทำให้ ครม.รักษาการ สิ้นสุดหน้าที่ลง เพราะพรรคภูมิใจไทยวางไทม์ไลน์การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาไว้วันที่ 7-9 เม.ย.นี้ ระหว่างนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เตรียมหารือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อร่างนโยบายรัฐบาลร่วมกัน โดยเจตนาจะมุ่งต่อยอดนโยบายของพรรคหลัก อย่างนโยบายเร่งด่วนที่จะย้ำความรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ โดยจะติดคำว่า "พลัส" (Plus) ไว้ โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะใช้ชื่อ "Thailand 10 Plus" ซึ่งมี 4 ด้าน คือ นโยบายการเติบโตอย่างทั่วถึง, นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน, นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดการหนี้ รวมถึงนโยบายอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างรายได้ พร้อมต้องผลักดันร่างกฎหมายคู่ขนานกันไปด้วย คือ ร่าง พ.ร.บ.ถ่ายโอนงบประมาณ ที่จะเก็บตกงบประมาณคงค้างในปี 2569, ร่าง พ.ร.บ.โอนกระทรวงการท่องเที่ยว ไปกระทรวงวัฒนธรรม และร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน รวมถึงร่าง พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน ส่วนพรรคเพื่อไทย นำเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้อง การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และการผลักดันร่างกฎหมายด้านการศึกษา การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งหลักการมาจาก 47 นโยบายที่จะผลักดันสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.การปฏิรูปการศึกษาและร่าง พ.ร.บ.กองทุนมนุษย์ สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน เป็นที่สังเกตว่าไม่ได้อยู่ในกรอบการวางร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยระบุว่าเป็นการดำเนินการโดยรัฐบาลรักษาการ อ่านข่าว "อนุทิน" คาด 1 สัปดาห์แล้วเสร็จ ตรวจสอบคุณสมบัติ "ว่าที่ รมต." ฝ่ายค้าน "หลากสี" กับวิบากกรรมนิติสงครามและเอกภาพ "ที่ล่องหน" ศาลยุติธรรมเปิดผลนับคะแนนเลือก ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ 12 ตำแหน่ง