ไฟสงครามตะวันออกกลางลุกลามเป็นวิกฤตพลังงานโลก ที่กระแทกเศรษฐกิจโลกอย่างแรง ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นในตลาดโลก สะเทือนถึงปากท้องคนไทย ตั้งแต่ค่าครองชีพ สินค้าอุปโภคบริโภค ไปจน ถึงต้นทุนภาคการผลิต เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ขนส่ง ท่องเที่ยว และเอสเอ็มอี ที่เริ่มแบกรับไม่ไหว ในจังหวะเดียวกัน การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. กลับเดินหน้ารวดเร็วอย่างที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก ตั้งแต่การรับรอง สส. เปิดประชุมสภา เลือกประธานและรองประธานสภา จนถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งชื่อ “อนุทิน” ได้รับเสียงสนับสนุนถึง 293 เสียง ก่อนทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ วันศุกร์ที่ผ่านมา ความรวดเร็วนี้ไม่ผิด เพราะในวันที่วิกฤตพลังงานโลกกำลังกดดันเศรษฐกิจไทยอย่างหนัก รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มจึงจำเป็น ท่าทีนายอนุทิน หลังรับตำแหน่งก็สะท้อนความเร่งด่วนนี้ ทั้งการเร่งจัดทำนโยบายรัฐบาล และการเดินหน้าจัดตั้งคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติที่คาดว่าจะใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ ผ่านการ กลั่นกรองจาก 18 หน่วยงาน เป็นขั้นตอนที่รัดกุม แต่ก็ต้องไม่ล่าช้า นายอนุทินเคยพูดว่า ตั้งรัฐมนตรีต้องเพลย์เซฟเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายและจริยธรรม การสแกนเข้มเพื่อสกัด “สีเทา” ออกจากโผ นอกจากสร้างภาพลักษณ์ ยังเป็นการปิดช่องโจมตีจากฝ่ายค้าน ลดโอกาสเกิดวิกฤตศรัทธาในอนาคต […]