Thai PBS
วันนี้ (9 มิ.ย.2569) แอรอน เบลค นักข่าวอาวุโส CNN วิเคราะห์พฤติกรรมและการแถลงนโยบายต่างประเทศของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ต่อกรณีความขัดแย้งและการเจรจาสันติภาพกับประเทศอิหร่าน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า ถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐฯ ขาดความน่าเชื่อถือและสวนทางกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ ปธน.ทรัมป์ ได้ประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวร่วมกับอิหร่านไปตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณชนในเวลานั้นว่า ทั้ง 2 ประเทศสามารถบรรลุข้อตกลงในหลักการร่วมกันได้แล้วและเหลือเพียงขั้นตอนทางเอกสารที่ต้องใช้เวลาจัดทำอีกราว 2 สัปดาห์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 2 เดือนเต็ม กลับยังไม่มีการลงนามหรือการประกาศข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใด ๆ ออกมาจากทำเนียบขาว จากการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติผ่านการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล การให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ การแถลงข่าวภายนอกเครื่องบินประจำตำแหน่งแอร์ฟอร์ซวัน รวมถึงการโทรศัพท์พูดคุยกับสื่อมวลชนสายทำเนียบขาว พบว่า ปธน.ทรัมป์ ได้กล่าวอ้างว่า ข้อตกลงกับอิหร่านใกล้จะบรรลุผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์ หรืออ้างว่าฝั่งรัฐบาลเตหะรานอยู่ในสภาวะสิ้นหวังและยอมทำทุกวิถีทางเพื่อขอเจรจารวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 37 ครั้ง การแสดงออกดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามของผู้นำสหรัฐฯ ในการส่งสัญญาณเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงินระหว่างประเทศ หรืออาจเป็นเพียงทัศนคติส่วนตัวที่เชื่อมั่นว่าการเน้นย้ำคำพูดเดิม ๆ จะสามารถผลักดันให้สถานการณ์เกิดขึ้นจริงได้ เปิดบันทึกคำพูดใกล้ปิดดีล "ทรัมป์" มี.ค.-มิ.ย. จุดเริ่มต้นของการคาดการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบริเวณเครื่องบินประจำตำแหน่ง ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่าการเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้าอย่างมาก และมี "จุดที่เห็นพ้องต้องกันเกือบทั้งหมด" แม้ในเวลานั้นอิหร่านจะออกมาปฏิเสธว่ามีการเจรจาเกิดขึ้นก็ตาม 24 มี.ค. ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะยุติลงได้ พร้อมกล่าวว่าอิหร่านต้องการข้อตกลง 25 - 26 มี.ค. เขาเพิ่มระดับความมั่นใจมากขึ้น โดยระบุว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก และถึงขั้นกล่าวว่าอิหร่านกำลัง "ร้องขอ" ให้มีการทำข้อตกลง 29 มี.ค. เมื่อถูกถามว่าคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงภายใน 1 สัปดาห์หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่าเขามองเห็นความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อตกลงกับอิหร่าน 6 เม.ย. ทรัมป์ระบุว่าทั้ง 2 ฝ่ายเคยเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงอย่างมาก ก่อนจะเกิดอุปสรรคบางประการขึ้น 7 เม.ย. เขาโพสต์ผ่านทรูธโซเชียลว่า ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังอยู่ในขั้นตอนที่ "คืบหน้าไปมาก" คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ ข้อตกลงจะได้รับการสรุปและลงนามอย่างสมบูรณ์ รวมถึงระบุว่าปัญหาที่ยืดเยื้อมานานกำลังเข้าใกล้การแก้ไข อย่างไรก็ตาม เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว ข้อตกลงที่ทรัมป์กล่าวถึงก็ยังไม่เกิดขึ้น แต่เขายังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อเนื่อง 15 เม.ย. ให้สัมภาษณ์ว่าความขัดแย้งใกล้สิ้นสุดแล้ว และเชื่อว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก 16 เม.ย. ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ามีแนวโน้มสูงที่จะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ดีได้ 17 เม.ย. เขาแสดงความมั่นใจมากขึ้น กล่าวว่าอิหร่านยอมรับเงื่อนไขเกือบทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายใน 1-2 วัน และยังเห็นว่าความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย 20 เม.ย. โพสต์ผ่านทรูธโซเชียลว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และแม้เวลาจะผ่านไปโดยยังไม่มีข้อสรุป 30 เม.ย. ทรัมป์กล่าวอิหร่านยังคงต้องการข้อตกลงอย่างมาก 1 พ.ค. เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าความขัดแย้งไม่น่าจะยืดเยื้ออีกนาน 18 พ.ค. ทรัมป์เปิดเผยว่าได้ชะลอการใช้ปฏิบัติการทางทหารออกไป 2-3 วัน ตามคำร้องขอของประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งเชื่อว่าการเจรจากำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลง แม้ทรัมป์จะยอมรับในเวลาต่อมาว่า ที่ผ่านมามีหลายช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายเชื่อว่าใกล้จะได้ข้อตกลงแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าครั้งล่าสุดแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ ทว่าหลังจากนั้นสถานการณ์ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม 19 พ.ค. ทรัมป์กล่าวในงานเลี้ยงของสมาชิกรัฐสภาว่า สงครามจะยุติลงอย่างรวดเร็ว 23 พ.ค. เขาให้สัมภาษณ์หลายครั้ง โดยระบุว่าการเจรจากำลังเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น ข้อตกลงส่วนใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว และเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการ 28 พ.ค. ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ ลารา ทรัมป์ ลูกสะใภ้ ทรัมป์ยังกล่าวว่าทั้ง 2 ฝ่ายใกล้จะบรรลุ "ข้อตกลงที่ดีมาก" ล่าสุดในช่วงต้นเดือน มิ.ย. เขายังคงยืนยันกับสื่อหลายแห่งว่า ข้อตกลงขั้นสุดท้ายกำลังอยู่ใกล้แค่เอื้อม แม้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการเจรจาก็ตาม ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่า สหรัฐฯ ใกล้จะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับอิหร่าน และไม่ต้องการให้เหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคมาทำลายความคืบหน้าดังกล่าว วันถัดมาเขาจะกล่าวระหว่างการหาเสียงช่วยวุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม ว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงที่ดี และพร้อมยอมรับข้อเสนอทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม แอรอน เบลค ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้อยแถลงเกี่ยวกับความคืบหน้าของข้อตกลงอิหร่านที่มาจากประธานาธิบดีทรัมป์นับจากนี้ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการประเมินสถานการณ์จริงได้อีกต่อไป เนื่องจากเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมืองและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์เท่านั้น อ่านข่าวอื่น : สำรวจหมู่เกาะกระ นครศรีฯ พบอวนลอยขนาดใหญ่ยาว 500 เมตร ติดปะการัง "ทนายอนันต์ชัย" ร้อง ปปป.ปมวัดดัง จ.เลย รุกป่า 754 ไร่ - ฝ่าฝืนคำสั่งศาล เปิดแผลทุจริตเครื่องออกกำลังกาย
Go to News Site