Collector
Giriş Yap
"ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านร่วมโครงการยอดพุ่งเท่าตัว สวนทางร้านนอกเกณฑ์ยอดวูบ 50% | Collector

"ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านร่วมโครงการยอดพุ่งเท่าตัว สวนทางร้านนอกเกณฑ์ยอดวูบ 50%

วันนี้ (9 มิ.ย.2569) โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เริ่มส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหารอย่างชัดเจนในหลายพื้นที่ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการบางรายระบุว่ายอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนที่ไม่ได้รับสิทธิกลับเผชิญยอดขายลดลงและเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนเงื่อนไขของมาตรการ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตหลักสี่เปิดเผยว่า หลังเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากมีลูกค้าขาจรเข้ามาใช้บริการมากขึ้น และลูกค้าบางส่วนมีการสั่งอาหารหรือใช้จ่ายต่อครั้งสูงขึ้นจากเดิม โดยมองว่ามาตรการดังกล่าวช่วยดึงลูกค้าเข้าสู่ร้านได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางรายมองว่าผลบวกจากมาตรการยังจำกัดอยู่เพียงช่วงแรก ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้รายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งหมด ด้านผู้บริโภคบางส่วนยอมรับว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส มีผลต่อการตัดสินใจเลือกร้านอาหาร โดยมักเลือกร้านที่เข้าร่วมโครงการเพื่อใช้สิทธิให้คุ้มค่า แต่หากเป็นร้านประจำหรือร้านที่ตั้งใจจะไปรับประทานอยู่แล้ว แม้ร้านนั้นจะไม่ได้เข้าร่วมโครงการก็ยังคงเลือกใช้บริการตามเดิม และเก็บสิทธิ์ไว้ใช้กับร้านค้าอื่นแทน แม้ร้านขนาดเล็กบางแห่งจะได้รับอานิสงส์จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งร้านอาหารที่มีรายได้เกิน 1,800,000 บาท/ปี และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีบางส่วนกลับได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์ของโครงการ สมาคมภัตตาคารไทยจึงทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณาทบทวนเงื่อนไขของโครงการ เนื่องจากในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ต้นทุนวัตถุดิบของธุรกิจร้านอาหารปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 15-20 อยู่แล้ว นายสุทธิพล สมวสุนธรา เลขาธิการสมาคมภัตตาคารไทย ระบุว่า หลังโครงการเริ่มใช้ ผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กหรือไซส์ S ที่จดทะเบียนนิติบุคคลและอยู่ในระบบภาษี พบว่ายอดขายลดลง เพราะลูกค้าบางส่วนเปลี่ยนไปใช้บริการร้านที่เข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้ยอดขายช่วงเดือน มิ.ย. ลดลงถึงร้อยละ 30-50 เสนอให้รัฐบาลพิจารณาขยายสิทธิไปยังร้านอาหารขนาดเล็กที่มีรายได้ 2-5,000,000 บาท/ปี เพื่อบรรเทาผลกระทบ และกังวลว่าหากสถานการณ์ดำเนินต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 เดือนของโครงการ อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการจ้างงานในวงกว้าง รศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารขนาดกลางและขนาดใหญ่เพียงใด เนื่องจากมาตรการเพิ่งเริ่มบังคับใช้ จึงควรติดตามผลในช่วงเดือนที่ 2-4 ก่อน พร้อมย้ำว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก มากกว่าจะมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภาครัฐตระหนักว่าผู้ประกอบการรายย่อยได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมาก จึงเลือกให้ความช่วยเหลือกลุ่มดังกล่าวเป็นลำดับแรก อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังรับทราบข้อกังวลของผู้ประกอบการหลายกลุ่ม และอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางดูแลเพิ่มเติมต่อไป อ่านข่าวอื่น : อนุทินลั่นไม่เคยรุกล้ำใคร เตือนเขมรคิดให้ดีหากจะใช้กำลังกับไทย "ทักษิณ" ถอดกำไล EM แล้ว เตรียมบินดูไบสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ "ชัชชาติ" ชี้คดีเครื่องออกกำลังกายยังไม่จบ ส่ง ป.ป.ช.สอบเส้นเงิน-ฮั้วประมูล

Go to News Site