Thai PBS
วันนี้ (8 มิ.ย.2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเปิดให้ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ในประเภทธุรกิจอาหาร อาหารว่างและเครื่องดื่ม ลงทะเบียนเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.2569 เวลา 06.00 - 23.00 น. ร้านค้าสามารถเลือกผูกบัญชีกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีได้เพียง 1 แพลตฟอร์มเท่านั้น และต้องเป็นแพลตฟอร์มที่ร้านค้าใช้งานอยู่ โดยเมื่อยืนยันการสมัครแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มภายหลังได้ จึงขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะสมก่อนสมัคร สำหรับร้านค้าที่ไม่มีสาขา สามารถสมัครได้ผ่านแบนเนอร์สมัครใช้งานฟู้ดเดลิเวอรีในแอปฯ ถุงเงิน โดยกดยอมรับเงื่อนไข เลือกแพลตฟอร์มที่ต้องการสมัคร กรอกรหัสอ้างอิงร้านค้าจากผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี ตรวจสอบข้อมูล ยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP และรอผลการพิจารณาอนุมัติจากระบบ ส่วนร้านค้าที่มีหลายสาขาจะมีขั้นตอนเพิ่มเติม โดยสาขาหลักต้องเป็นผู้เลือกแพลตฟอร์มก่อน เนื่องจากทุกสาขาในร้านค้าจะต้องใช้แพลตฟอร์มเดียวกัน หากสาขาหลักประสงค์เข้าร่วมโครงการ จะต้องเลือกเมนูผูกบัญชีฟู้ดเดลิเวอรีสาขาหลัก จากนั้นกรอกรหัสอ้างอิงร้านค้าจากแพลตฟอร์มที่เลือก ยืนยันข้อมูลและยืนยันตัวตน เมื่อสาขาหลักได้รับการอนุมัติแล้ว สาขาย่อยจะสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านแพลตฟอร์มเดียวกันได้ โดยไม่สามารถเลือกแพลตฟอร์มอื่นแตกต่างจากสาขาหลัก ในกรณีที่สาขาหลักไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ แต่ต้องการเปิดโอกาสให้สาขาย่อยเข้าร่วม สาขาหลักสามารถเลือกเมนู ไม่ผูกบัญชีฟู้ดเดลิเวอรีสาขาหลัก เพื่อกำหนดแพลตฟอร์มกลางสำหรับร้านค้าได้ จากนั้นสาขาย่อยที่ต้องการเข้าร่วมสามารถเข้าไปสมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน โดยระบบจะแสดงเฉพาะแพลตฟอร์มที่สาขาหลักเลือกไว้ และดำเนินการกรอกรหัสอ้างอิงร้านค้า ยืนยันข้อมูลและยืนยันตัวตนด้วย OTP ตามขั้นตอนปกติ ทั้งนี้ ร้านค้าที่มีหลายสาขา สามารถเลือกเข้าร่วมเฉพาะบางสาขาได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมทุกสาขา อย่างไรก็ตาม ร้านค้าที่สมัครและเชื่อมต่อระบบสำเร็จ จะสามารถเริ่มรับคำสั่งซื้อภายใต้โครงการได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.2569 และรับออร์เดอร์ได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2569 เวลา 21.00 น. โดยร้านค้าจะทราบผลการสมัครภายในวันถัดไปผ่านแอปฯ ถุงเงิน รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเชื่อมั่นว่าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ฟู้ดเดลิเวอรี จะช่วยเพิ่มช่องทางการขายให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วประเทศ เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าในระบบออนไลน์ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น อ่านข่าว ขึ้นราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม กก.ละ 4 บาท มีผล 8 มิ.ย.นี้ "ไข่ไก่" ปรับราคาหน้าฟาร์มขึ้น 20 สตางค์ เป็นฟองละ 3.50 บาท “เอกนิติ” มอบ “คกก.ประชารัฐฯ” พิจารณาด่วน หลัง “นายกฯ” สั่งทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Go to News Site