Collector
บทบรรณาธิการ – ปรับเกณฑ์บัตรคนจน | Collector
บทบรรณาธิการ – ปรับเกณฑ์บัตรคนจน
โหนกระแส

บทบรรณาธิการ – ปรับเกณฑ์บัตรคนจน

กรณีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการกระทรวงการคลังทบทวนการนำสิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะบิดามารดามาใช้เป็นเงื่อนไขคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน มีขึ้นหลังเกิดเสียงสะท้อนจากสังคมวงกว้างว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวอาจสร้างความไม่เป็นธรรมให้แก่ผู้สูงอายุบางกลุ่ม เดิมแนวคิดการนำข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีมาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา มีเหตุผลรองรับอยู่ว่า หากบุตรนำชื่อพ่อแม่ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ แสดงว่าผู้สูงอายุมีลูกหลานคอยดูแล ไม่ได้ขาดแคลนหรือถูกทอดทิ้ง แต่ความเป็นจริงในสังคมไทยไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งแม้ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้รับการดูแลค่าใช้จ่ายหรือคุณภาพชีวิตจากลูกหลานอย่างแท้จริง หากรัฐใช้ข้อมูลดังกล่าวมาตัดสินสิทธิแบบเหมารวม อาจทำให้ผู้เดือดร้อนจริงต้องสูญเสียสวัสดิการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตไป การที่นายกรัฐมนตรีสั่งเร่งทบทวนหลักเกณฑ์จึงเป็นการบริหารที่ยืดหยุ่น เปิดรับฟังข้อเท็จจริงและพร้อมแก้ไขข้อบกพร่อง ไม่ยึดติดกฎเกณฑ์จนละเลยผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตาม การทบทวนไม่ได้หมายความว่ารัฐจะลดความเข้มงวดในการคัดกรองผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลยังคงเดินหน้าเป้าหมายในการนำสวัสดิการไปถึงผู้เดือดร้อนจริง ป้องกันไม่ให้เกิดการสวมสิทธิหรือแอบอ้างใช้สิทธิโดยไม่เหมาะสม ปัญหาตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือมีผู้ที่ไม่ได้ยากจนจริงได้รับสวัสดิการ ขณะที่คนจนตัวจริงบางส่วนกลับตกหล่น จุดประสงค์รัฐบาลจึงต้องทำให้ความช่วยเหลือตรงเป้าหมายและเป็นธรรมมากที่สุด ด้วยเพราะเม็ดเงินงบประมาณของประเทศมีจำกัด การส่งความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ที่ต้องการจริงย่อมเกิดประโยชน์คุ้มค่าต่อสังคมมากกว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องรู้ในกรณีนี้คือ การบริหารนโยบายสาธารณะไม่ใช่แค่การออกหลักเกณฑ์หรือมาตรการให้รัดกุมเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในโลกความเป็นจริงด้วย โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวข้องกับผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่รัฐมีหน้าที่ต้องดูแลไม่ให้ตกหล่น ทุกนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนหลายล้านคน หากรัฐบาลเปิดกว้างรับฟังเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แล้วนำมาแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องหรืออุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดี และจะดียิ่งขึ้นหากรัฐยึดหลักการนี้กับทุกนโยบายและทุกโครงการที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เพื่อให้การบริหารประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความเป็นธรรมแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง

Go to News Site