Thai PBS
วันนี้ (10 มิ.ย. 69) นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงการเปิดฟังรับความคิดเห็นของโครงการ TH-AI Passport ว่า วันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.69) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ประชาชนสงสัย คือ ปลัดกระทรวงฯ ก็ออกมาบอกว่า รับฟังไปแล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ จึงเกิดข้อสงสัยว่า รับฟังไปทำไม การรับฟังครั้งนี้เป็นการดึงคนโดยเฉพาะคนในวงการเข้าไปเพื่อฟอกขาวสร้างความชอบธรรมรับความเห็นแล้วบอกว่า จะนำความเห็นมาปรับปรุงให้ดีขึ้นแต่สุดท้ายก็ปรับปรุงไม่ได้ จึงตั้งข้อสงสัยว่า ก่อนที่จะมีโครงการนี้ขึ้นมาทำไมถึงไม่เปิดรับฟังความเห็น ทำไมจึงมาเปิดรับฟังความเห็นย้อนหลัง ในขณะที่โครงการเดินหน้าไปแล้ว เป็นการสะท้อนให้เห็นชัดว่า โครงการนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความต้องการของประชาชน โครงการนี้เริ่มต้นจากมีเงินเหลือ แล้วจะเอาเงินเหลือออกมาจากกองทุนได้อย่างไร ฉะนั้นกระบวนการของ TOR ทุกอย่างเพื่อให้เกิดคอร์รัปชันเกิดการโกงกินในโครงการนี้ ส่วนกรณีที่บางฝ่ายอาจมองว่า การเปิดรับฟังความครั้งนี้ไม่ใช่การฟอกขาวแต่จำกัดแค่ผู้ที่เห็นด้วยกับฝั่งพรรคภูมิใจไทยนั้น นายภาวุธ กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนมีเจตนาดีอยากทำให้โครงการนี้ดีแต่สิ่งที่เราไม่รู้ คือถ้าเราไปงานนี้แล้วจะสามารถพูดได้มาก-น้อย แค่ไหน งานนี้จะมีการเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้หรือไม่ สามารถสื่อสารและแนะนำได้อย่างเต็มที่หรือไม่ หรือเป็นการพูดคุยกันแบบระบบปิดไม่ให้ประชาชนรับทราบ และมีการคัดเลือกข้อแนะนำดี ๆ ออกมาจากงานนี้เพื่อมาบอกว่า เราเปิดรับฟังความเห็นแล้วได้รับแล้วจะไปปรับปรุงให้ดีขึ้นหากเป็นแบบนี้ก็จะเป็นการฟอกขาว เมื่อถามว่า จะติดตามการเปิดรับฟังความเห็นของกระทรวงดีอีฯ อย่างไร นายภาวุธ กล่าวว่า น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็บอกว่า มีการรับฟังความเห็นเปิดกว้างก็จริงแต่ใน TOR ผู้ที่จะเข้ามาร่วมประมูลโครงการนี้จะต้องเป็นบริษัทที่เคยรับงานมีมูลค่า 400 ล้านบาทในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา แต่จะมีบริษัทเทคโนโลยีในประเทศไทยกี่บริษัทที่มีความสามารถในการรับโครงการลักษณะนี้ได้ ซึ่งมีเพียงไม่เกิน 15 บริษัทในประเทศไทยเท่านั้น โดย 15 บริษัทนี้ก็รู้จักกันดี ดังนั้นจึงส่อให้เห็นถึงการฮั้ว การทำเป็นกลุ่มก้อนเป็นการรวมตัวกันเข้าไปเพื่อเอาเม็ดเงินส่วนนี้ออกมานั่นคือสิ่งที่เห็นได้ชัด ทำไมถึงไม่ลดเพดานการประมูลงานครั้งนี้ลงมาเพื่อให้ผู้ประกอบการเอกชนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีในระดับกลางสามารถเข้าประมูลได้ ที่สำคัญ TOR ระบุชัดว่า ต้องซื้อสื่อซึ่งตนคาดการณ์ว่า คนที่ได้โครงการนี้อาจเป็นคนที่เขียน TOR เองด้วยซ้ำไป ฉะนั้นโครงการนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นโครงการฮั้ว และเป็นการทำโครงการขึ้นมาเพื่อต้องการดึงเงินออกจากระบบ เมื่อถามว่า บริษัทที่เข้ามาประมูลเป็นบริษัทฝั่งน้ำเงินใช่หรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า หากดูจากกลุ่มบริษัทเหล่านี้ มีกลุ่มบริษัทที่ทำราคากลาง ประมาณ 3 กลุ่มบริษัท นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่เข้าไปประมูลโครงการนี้ ถ้าหากดูโครงการนี้โครงการเดียวยังไม่เห็นความสัมพันธ์เท่าไหร่ แต่ถ้าดูกว้าง ๆ มีโครงการลักษณะนี้อีกเป็น 10 โครงการ และหน้าตาของผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมประมูลแข่งขันล้วนเป็นหน้าเดิมทั้งนั้น มีการสลับกันได้โครงการโดยไม่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ จึงขอย้ำว่า โครงการ TH-AI Passport เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งมีอะไรข้างล่างอีกเยอะ แต่วันนี้มีลักษณะเป็นรูปแบบว่า จะมีการส่งบริษัทกลุ่มหนึ่งเข้าไปทำราคากลางทำให้ราคากลางจากเดิมที่ควรต่ำ ถีบสูงขึ้นมาเป็นหลักหลายร้อยล้านในโครงการอื่น ในขณะที่โครงการลักษณะเดียวกันที่ไปอยู่ในกระทรวงอื่นไม่ได้ราคาสูงขนาดนี้ ฉะนั้นพอรวมหัวกันกำหนดราคาสูงขึ้นมา จากนั้นจึงเลือกว่าใครจะเข้ามาประมูลโครงการเมื่อเข้ามาประมูลโครงการได้ก็จะได้รับกำไรจำนวนมากจากโครงการนี้ สุดท้ายก็จะเกิดการส่งมอบเงินเหล่านี้ให้เครือข่ายพรรคการเมือง ซึ่งเราเรียกกลุ่มทุนนี้ว่า “ กลุ่มทุนสีน้ำเงิน ” เป็นส่วนหนึ่งของระบอบสีน้ำเงิน นอกเหนือจากวันนี้เรารู้อยู่แล้วว่าระบอบน้ำเงิน ครอบคลุมไปถึงสภาสูงสภาล่างและองค์กรอิสระ และยังครอบคลุมไปถึงนักธุรกิจที่เป็นกลไกสำคัญ ในการที่จะส่งเม็ดเงิน เข้าไป เพื่อทำให้ระบอบสีน้ำเงินหมุนเวียนอยู่ได้ อ่านข่าว TH-AI Passport คืออะไร กางไทม์ไลน์จัดซื้อจัดจ้างวงเงินกว่า 1.6 พันล้าน “รังสิมันต์” รับสอบโครงการ TH-AI Passport กมธ.ปปง.เชิญ 3 หน่วยงาน แจงโครงการ TH-AI Passport 4 มิ.ย.นี้ ตั้งข้อสังเกต TH-AI Passport ใช้งบ 1.6 พันล้าน จัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส ?
Go to News Site