Thai PBS
วันนี้ (30 มี.ค.2569) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงพัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า ขณะนี้สถานการณ์มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น หลังจากอิหร่านประกาศห้ามเรือที่ความเกี่ยวข้องกับบางประเทศ เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมการสู้รบ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญโดยเฉพาะช่องแคบ บับ อัลมันเดบ โดยศูนย์ปฏิบัติการของรัฐบาล (ศบก.) กำลังติดตามผลกระทบต่อการเดินเรือพาณิชย์และการขนส่งสินค้าเป็นการเฉพาะด้วย นอกจากนี้ เมื่อค่ำวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ออก แถลงเตือนว่าจะมีการโจมตีนอกเหนือเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าว พร้อมให้บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนนักศึกษา รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบ อยู่ห่างจากสถานศึกษาสังกัดสหรัฐฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการตอบโต้การโจมตีมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกรุงเตหะรานโดยสหรัฐและอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยแชะผลประโยชน์ของไทย ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการดำเนินการด้านอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่ากระทรวงการต่างประเทศ สามารถเจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยบางลำ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยนั้น เนื่องจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ยังมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศจึงจำเป็นต้องยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเร่งเจรจากับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องคนไทยและผลประโยชน์ของประเทศไทยต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุม ศบก. เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลืออย่างบูรณาการให้เรือพาณิชย์ของไทยที่ยังตกค้างในช่องแคบฮอร์มุซ สามารถเดินทางออกจากช่องแคบได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะเร่งดำเนินการ กรณีของอิสราเอลในห้วงที่น่านฟ้ายังปิดและเที่ยวบินพิเศษของอิสราเอลมีจำนวนจำกัด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศรอบข้าง โดยเฉพาะในจอร์แดนเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยในอิสราเอล สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ ส่วนสถานการณ์ในโอมานและเยเมน ภายหลังกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามโจมตีกองกำลังบำรุงของสหรัฐซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือในโอมานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง มัสกัต ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดไม่พบชาวไทยในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันสถานเอกอัครราชทูตได้แจ้งเตือนคนไทยในเยเมนเพิ่มความระมัดระวังต่อสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางจำนวน 1,532 คน กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการ และปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดรวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่อลทางกับสถานเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ในพื้นที่ต่อไป ทบ.แจงคืบหน้าเงินเยียวยา กำลังพลบาดเจ็บ-เสียชีวิต จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรัง” เกล็ดหนา เนื้อแน่นนุ่ม GI หนึ่งเดียวของอุทัยธานี สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นชัด ชายขี่ จยย.ฝ่าด่านตำรวจ ถึงหน้าตึกไทยคู่ฟ้า อ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม-ขอเงินเยียวยา
Go to News Site