Thai PBS
"อากาศร้อนจัด" หลายคนเดินออกไปข้างนอกอาคาร ต้องพกร่ม-พัดลมจิ๋ว กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนวันที่ 30 มี.ค. - 5 เม.ย.นี้ ไทยตอนบน "ร้อนต่อเนื่อง" ส่วนภาคเหนือร้อนจัดหลายพื้นที่ 1 - 5 เม.ย.นี้ แนะเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงแดดจัด เวลา 11.00-15.00 น. ขณะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมายืนยันว่า "ต้นเดือน เม.ย.2569 ดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาฯ" สร้างความกังวลถึงการใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพอากาศที่ "ร้อนจัด" แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนัก เพราะ "ค่าดัชนีความร้อน" ไม่ใช่ค่าจากการวัด "อุณหภูมิอากาศ" ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) คือ อุณหภูมิที่คนเรารู้สึก (Feellike) ได้ในขณะนั้นว่าอากาศร้อนเป็นอย่างไร หรืออุณหภูมิที่ปราฏอยู่ขณะนั้นเป็นเช่นไร โดยค่าดัชนีความร้อน คำนวณมาจากค่าอุณหภูมิอากาศและค่าความชื้นสัมพัทธ์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อระบุความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อนได้ ยกตัวอย่าง กรณีอากาศชื้นและเหงื่อระเหยยาก ทำให้รู้สึกร้อนกว่าค่าจริง เช่น อุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียส หากความชื้นต่ำ จะรู้สึก 38 องศาเซลเซียส แต่หากความชื้นสูง อาจรู้สึกถึง 43 องศาเซลเซียส ระดับเฝ้าระวัง ดัชนีความร้อนอยู่ที่ 27-32.9 องศาเซลเซียส อาจเกิดอาการอ่อนเพลีย วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวจากการสัมผัสความร้อน ออกกำลังกาย หรือทำงานกลางอากาศที่ร้อน ระดับเตือนภัย ดัชนีความร้อน 33-41.9 องศาเซลเซียส อาจเกิดตะคริวจากความร้อน เพลียแดด และเสี่ยงภาวะลมแดด ระดับอันตราย ดัชนีความร้อน 42-51.9 องศาเซลเซียส อาจเกิดตะคริวที่น่อง ต้นขา หน้าท้อง หรือไหล่ ทำให้ปวดเกร็ง มีอาการเพลียแดด และเสี่ยงภาวะลมแดด ระดับอันตรายมาก ดัชนีความร้อนมากกว่า 52 องศาเซลเซียส อาจเกิดภาวะลมแดดได้ ต้องหมั่นสังเกตอาการตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นควรสวมหมวก แว่นกันแดด สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หากทำงานกลางแจ้งควรทำงานเป็นกลุ่ม จะได้ช่วยเหลือกันได้ เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง - ดื่มน้ำบ่อย ๆ ไม่ต้องรอกระหาย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนรับมืออากาศร้อนช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. เสี่ยงเกิด “ฮีทสโตรก” ซึ่งอาจรุนแรงถึงชีวิต โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ทำงานกลางแจ้ง แนะเลี่ยงแดดจัด ดื่มน้ำสม่ำเสมอ ปรับกิจกรรมทางกายให้เหมาะสม พร้อมย้ำสังเกตอาการผิดปกติและช่วยเหลืออย่างทันท่วงที แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย อธิบายว่า ฮีทสโตรก เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยอาจมีอาการตัวร้อนจัด เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ชีพจรเต้นเร็ว รวมถึงอาการทางระบบประสาท เช่น สับสน ซึม หรือหมดสติ หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากพบผู้มีอาการสงสัยฮีทสโตรก ควรรีบนำเข้าที่ร่มหรือบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก คลายเสื้อผ้า ลดอุณหภูมิร่างกายด้วยการเช็ดตัวหรือประคบเย็น ใช้พัดลมช่วยระบายความร้อน และรีบนำส่งสถานพยาบาล หรือโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทั้งนี้ แนะนำให้ดื่มน้ำ ดื่มน้ำบ่อย ๆ ไม่ต้องรอให้กระหาย หากอากาศร้อนจัด ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว ทุก ๆ 15 - 20 นาที และเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง, เลี่ยงแดด หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงเวลา 11.00 – 15.00 น. สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี ใช้หมวก ร่ม หรือแว่นกันแดด และทาครีมกันแดด SPF 15 ขึ้นไป ก่อนออกกลางแจ้ง พร้อมทั้งสังเกตอาการ หากหน้ามืด เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ สับสน คลื่นไส้ หายใจเร็ว ตัวร้อนจัดหรือมีไข้ ให้รีบแจ้งบุคคลใกล้ชิด และหากมีเหตุฉุกเฉินให้รีบติดต่อ 1669 อ่านข่าว : ตร.จับหญิงวัย 40 ปี พร้อมยึดเครื่องวัดความดันปลอมยี่ห้อดัง มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท พณ.ย้ำขึ้นราคาต้องมีเหตุผล ขออนุญาตก่อน คน.เผย สต็อกยังเพียงพอ PM2.5 กระทบสุขภาพ ผู้ป่วยเพิ่ม แพทย์แนะวิธีดูแลตัวเอง ป้องกันก่อนป่วย
Go to News Site