Collector
กลยุทธ์เชิงรุก โยก "น.อ.ธรรมนูญ" นักรบทมอดา คุมยุทธศาสตร์ตะวันออก | Collector
กลยุทธ์เชิงรุก โยก
Thai PBS

กลยุทธ์เชิงรุก โยก "น.อ.ธรรมนูญ" นักรบทมอดา คุมยุทธศาสตร์ตะวันออก

หลังคำสั่ง พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) ให้นายทหารในสังกัดจำนวน 17 นาย พ้นหน้าที่และให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน ลงวันที่ 31 มี.ค.2569 หนึ่งในนั้น มีรายชื่อของ “น.อ.ธรรมนูญ วรรณา” ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน(ผบ.ฉก.นย.) จ.ตราด ปฎิบัติหน้าที่ที่หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) รวมอยู่ด้วย อาจทำให้มีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้การธรรมนูญ เพิ่งเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ บ้านท่าเส้น-ทมอดา จ.ตราด และบ้านหนองรี หรือบ้านสามหลัง ขณะที่ น.อ.ธรรมนูญ ยอมรับว่า มีคำสั่งย้ายจริง โดยคำสั่งส่งมาเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 มี.ค.2569) และไม่ทราบล่วงหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บของ และจะรับส่งการทำหน้าที่ในวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.2569) ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงสถานการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้ง 2 รอบ ตั้งแต่วันที่ 21 -28 ก.ค.2568 และวันที่ 8 -27 ธ.ค.2568 ชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว -จันทบุรี-ตราด โดยเฉพาะด้าน จ.ตราด ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน และทหารบก และกองทัพอากาศ เข้าร่วมปฎิบัติเปิดยุทธการ ”ตราดพิฆาตไพรี 1” จนถึง “ตราดปราบปรปักษ์”จนสามารถยึดคืนพื้นที่บริเวณ บ้านท่าเส้น ต.ชำราก อ.เมืองตราด พื้นที่อาคารคาสิโนทมอดาได้สำเร็จ ทหารต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างยิ่ง “ผมนัดเจรจากับผบ.หน่วยฝ่ายทหารกัมพูชา ให้เขาเอากำลังออกจากพื้นที่ของไทย โดยพยายามใช้ความ สัมพันธ์ที่รู้จักกันมา ในฐานะคนรู้จักขอได้หรือไม่ แต่เขาไม่ยอม ผมจึงพูดในฐานะที่เป็น ผบ.ฉก.นย.ตราด ประกาศจะทำทุกทางที่จะให้พวกคุณออกไปจากที่ตรงนี้ให้ได้” ผู้การธรรมนูญเคยให้สัมภาษณ์ไว้ “กว่าจะได้พื้นที่กลับคืนมาไม่ง่ายเลย ต้องวางแผนเจาะเข้าพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของกำลังพล ผมและผบ.พัน ที่เข้าไปในพื้นที่เกือบเอาตัวไม่รอดต้องแตกทัพออกมา จนเราต้องกลับมาวางแผน การรบกันใหม่” “ส่วนตึกกาสิโนทมอดาที่กัมพูชาสร้างรุกล้ำเข้ามาก่อนหน้านี้ ปัจจุบันอยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทยแล้ว และผู้บังคับบัญชา ไม่ได้มีคำสั่งให้ทำลายหรือทุบทิ้ง แต่ให้คงสภาพไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ ...ส่วนทมอดาพื้นที่เขมร เป็นแหล่งสแกมเมอร์ มีคนเชื้อสายจีนดูแล ล่าสุดพบฝ่ายเขมรมีการเพิ่มกำลัง อ้างว่าสถานทูตจีนส่งมาดูแลทรัพย์สินภายในตึก” น.อ.ธรรมนูญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประสานไปยังกัมพูชา ขอให้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และพกปืนสั้นแทน ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายการยั่วยุ และผิดข้อตกลง พื้นที่ตรงนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของฝ่ายไทย จึงเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศต้องประสานกับจีนว่า มีการแอบอ้างในลักษณะนี้ หากย้อนประวัติการรบของ ผู้การธรรมนูญ ถือว่าโชกโชนไม่น้อย ก่อนเข้ารับหน้าที่ผบ.ฉก.นย.ตราด เคยลงไปประจำการที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเหตุการณ์ปะทะระหว่างแกนนำกลุ่ม RKK ที่นำโดย “มะรอโซ จันทราวดี” ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หลายคดี กับทหารนาวิกโยธิน ประจำฐานปฏิบัติการทหารร้อยปืนเล็กที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 บ้านยือลอ หมู่ 3 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2556 หรือ 13 ปีที่แล้ว เป็นเหตุให้แกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและลูกน้อง 16 คน เสียชีวิต และครั้งนั้น นาวาโทธรรมนูญ (ยศในขณะนั้น) เตรียมทหารรุ่นที่ 34 (ตท. 34 ) ได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว ในฐานะศิษย์เก่าดีเด่น สาขาการทหารจากปฏิบัติการป้องกันฐานนย. จากเหตุการณ์การบุกโจมตีดังกล่าว สำหรับคำสั่งโยกย้ายดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุที่ “น.อ.ธรรมนูญ” ลงพื้นที่บริเวณตู้คอนเทนเนอร์แนวชายแดนบ้านทมอดา และมีการเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา ขณะที่มีการนำธงชาติไทย และธงราชนาวีไทย ไปติดตั้งที่แนวรั้วตู้คอนเทนเนอร์ ชายแดนท่าเส้น-ทมอดา เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ก็ตาม แต่ล่าสุด กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ชี้แจงว่า การโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปตามวงรอบการแต่งตั้งโยกย้ายกำลังพลของกองทัพเรือ ในวาระกลางปีเดือนเมษายน ซึ่งมีการปรับย้ายรวมทั้งสิ้น 17 นาย ไม่ได้เป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด โดยผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของ น.อ.ธรรมนูญ ที่เคยปฏิบัติ งานในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี–ตราด เช่น บริเวณบ้านสามหลัง และพื้นที่ทมอดา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ จึงเห็นควรให้นำศักยภาพดังกล่าวไปเสริมการทำงานในหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดฯ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักด้านข้อมูลและเทคนิคของกองทัพเรือ และมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประ เทศ อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุว่า ขณะนี้กองทัพเรือกำลังอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำงานของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร.)  หรือ HMAU ครั้งสำคัญเปลี่ยนจากภารกิจด้านมนุษยธรรม สู่ชุดช่างสนามเชิงรุก เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่จันทบุรี-ตราด ซึ่งยังคงมีทุ่นระเบิดสังหารบุคคลตกค้างจากความขัดแย้งในอดีตจำนวนมาก ในเชิงยุทธวิธี การกวาดล้างทุ่นระเบิดช่วยให้กำลังพลสามารถลาดตระเวน และพิสูจน์ทราบพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสีย และเสริมศักยภาพกองทัพให้สอดคล้องมาตรฐานสากลโดยมี 3 ภารกิจหลัก ดังนี้ 1.เปิดทางรุก-สร้างพื้นที่ปลอดภัย ชุดช่างสนามมีบทบาทสำคัญในการ “เจาะช่องทางยุทธวิธี” ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้หน่วยนาวิกโยธินสามารถเคลื่อนกำลังและยุทโธปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดทำพื้นที่ปลอดภัย  Safe Zone สำหรับตั้งฐานและวางกำลัง ลดความสูญเสียจากทุ่นระเบิด 2. คุมจุดยุทธศาสตร์ชายแดน  พื้นที่เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ บ้านสามหลัง-บ้านหนองรี ต.ชำราก ซึ่งมีภูมิประเทศซับซ้อน เป็นป่าเขา และจุดรอยต่อกาสิโนทมอดา บ้านท่าเส้น ที่มีความเคลื่อนไหวสูง การเคลียร์พื้นที่เหล่านี้ช่วยให้ฝ่ายไทยสามารถควบคุมสถานการณ์และตัดเส้นทางสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามได้ 3. เก็บหลักฐานสู้การทูตบนเวทีโลก นอกจากภารกิจทางทหาร นปท.ทร. ยังมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมหลักฐาน เช่น ชนิดทุ่นระเบิด พิกัด และภาพถ่าย เพื่อใช้ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Finding Mission) หากพบการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่พิพาท จะสามารถใช้เป็นหลักฐานชี้ชัดการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา และยืนยันจุดยืนของไทยในเวทีนานาชาติ สำหรับการปรับภารกิจของนปท.ทร. ครั้งนี้ ไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน แต่ยังต้องการปรับ “การรบยุคใหม่” ที่ผสานทั้งกำลังทหารและข้อมูลหลักฐาน เพื่อสร้างความได้เปรียบทั้งในสนามรบและเวที การ ทูตโลก ว่ากันว่า “น.อ.ธรรมนูญ” เป็นตัวเลือกและทางเลือกที่ดีของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดที่สามารถก้าวมารับภารกิจหนักดังกล่าวได้ อ่านข่าว สกัดก่อเหตุซ้ำ "คดีอุกฉกรรจ์" ครบรอบ 3 ปีกฎหมายเฝ้าระวัง "หลังพ้นโทษ" สแกมเมอร์ “อาชญากรโลก” ล้วงทรัพย์ ฟอกเงินเทา ทำธุรกิจข้ามชาติ ปิดฉากคดีหุ้นชินคอร์ป “ทักษิณ” ต้องจ่ายภาษี 1.76 หมื่นล้านคืนรัฐ "ยาบ้า-ไอซ์" ทะลักชายแดน ชาวบ้าน-เจ้าหน้าที่ "เหยื่อทาสยา"

Go to News Site