Collector
ซีพีแรม ลั่นตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด แม้ต้นทุนพลังงาน-โลจิสติกส์พุ่ง | Collector
ซีพีแรม ลั่นตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด แม้ต้นทุนพลังงาน-โลจิสติกส์พุ่ง
โหนกระแส

ซีพีแรม ลั่นตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด แม้ต้นทุนพลังงาน-โลจิสติกส์พุ่ง

ซีพีแรม ลั่นตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด แม้ต้นทุนพลังงาน-โลจิสติกส์พุ่ง  นายวิเศษ วิศิษฎ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ ซีพีแรม เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสงครามในเปอร์เซียส่งผลต่อราคาน้ำมันอย่างรุนแรง จนเห็นราคาน้ำมันในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกวัน แม้รัฐบาลพยายามพยุงราคาไว้ ผลกระทบทางตรงที่เห็นชัดที่สุดคือต้นทุนโลจิสติกส์ สินค้าอาหารตั้งแต่ต้นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ปูปลา กุ้งหอย หรือเนื้อสัตว์ ล้วนปรับราคาขึ้นตามค่าขนส่ง และต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ยังลามเข้าไปในทุกส่วนของวัตถุดิบรวมถึงบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากพลาสติกทุกประเภทล้วนมาจากปิโตรเลียม ทำให้ราคาอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานจะปรับตัวสูงขึ้นตามมา “พยากรณ์ได้เลยว่าไตรมาสที่ 2 อาจจะเห็นราคาที่สูงขึ้นทุกตัว แต่ถ้าสงครามสงบ หลายอย่างก็จะดีขึ้น” นายวิเศษกล่าวว่า ผลกระทบครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับบริษัท แต่กระทบทุกคนในห่วงโซ่บริษัทไม่ได้มุ่งปรับราคาสินค้าเป็นทางออกแรก แต่เน้นลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตเป็นหลัก พร้อมบริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงด้านการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยยืนยันว่าซีพีแรมจะเป็นรายสุดท้ายที่ปรับขึ้นราคา เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคให้มีอาหารดีในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้ระบุตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ชัดเจน เนื่องจากต้นทุนมีความผันผวนและแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้าและสถานการณ์ตลาดในแต่ละช่วงเวลา เมื่อถามถึงระยะเวลาที่จะสามารถตรึงราคาได้นั้น วิเศษเผยว่าบริษัทไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์ต้นทุนยังผันผวนสูง ปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อการพิจารณาปรับราคาในอนาคต ได้แก่ ระดับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจนไม่สามารถบริหารจัดการได้ ความผันผวนของราคาพลังงานและนโยบายของประเทศมหาอำนาจ รวมถึงความเสี่ยงด้านการขาดแคลนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ด้านบรรจุภัณฑ์ ขณะนี้คู่ค้าที่ทำสัญญาไว้ตลอดปีไม่ได้กังวลเรื่องราคา แต่กังวลว่าจะไม่มีสินค้า วิเศษประเมินว่าสต็อกพลาสติกในประเทศจะเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม และกำลังวางแผนร่วมกับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อรับมือสถานการณ์ ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3 คาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากมหาอำนาจโลกเปลี่ยนนโยบายอย่างรวดเร็วจนติดตามแทบไม่ทัน

Go to News Site